เมฆเกิดจากอะไร ?

เมฆเกิดขึ้นจากการกลั่นตัวของไอน้ำในขณะลอยตัวขึ้นและเย็นลง ซึ่งโดยปกติเราจะไม่สามารถมองเห็น ไอน้ำในบรรยากาศ หากไม่เกิดการกลั่นตัวและรวมตัวเป็นก้อนเมฆขึ้น สิ่งที่ช่วยให้เกิดการกลั่นตัวของไอน้ำเป็นก้อนเมฆคือ ฝุ่นผงเล็กๆ หรือเกลือในบรรยากาศ ที่มีคุณสมบัติดูดน้ำในบรรยากาศได้ดี เรียกปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นนี้ว่า อนุภาคกลั่นตัว (Condensation nuclei) ซึ่งการกลั่นตัวของไอน้ำในบรรยากาศจะไม่เกิดขึ้นหากบรรยากาศปราศจากฝุ่นผง แม้ว่าไอน้ำจะอิ่มตัวแล้วก็ตาม เราเคยสังเกตหรือไม่ครับว่าลักษณะก้อนเมฆช่วงก่อนที่จะมีลมพายุเป็นอย่างไร แตกต่างจากตอนท้องฟ้าปลอดโปร่งตรงไหน แต่ก่อนที่เราจะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนนั้นเรา จะต้องมารู้จักกับลักษณะของเมฆแต่ละชนิดโดยละเอียดยิ่งขึ้นเสียก่อน

ประเภทของเมฆ

เราสามารถแบ่งเมฆตามความสูงของฐานเมฆออกได้ 4 ประเภทดังนี้

1. เมฆชั้นสูง (High Cloud) เกิดขึ้นที่ระดับสูงมากกว่า 6 กิโลเมตร

1.1 เมฆเซอโรคิวมูลัส (Cirrocumulus) มีลักษณะเป็นริ้วคลื่นเล็กๆ มักเกิดขึ้นปกคลุมท้องฟ้าบริเวณกว้าง

1.2 เมฆเซอโรสเตรตัส (Cirrostratus) มีลักษณะโปร่งแสงต่อแสงอาทิตย์ บางครั้งหักเหแสง ทำให้เกิดดวงอาทิตย์ทรงกลด และดวงจันทร์ทรงกลด เป็นรูปวงกลม สีคล้ายรุ้ง

1.3 เมฆเซอรัส (Cirrus) มีรูปร่างคล้ายขนนก เป็นผลึกน้ำแข็ง มักเกิดขึ้นในวันที่มีอากาศดี ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าเข้ม

2. เมฆชั้นกลาง (Medium Cloud) เกิดขึ้นที่ระดับสูง 2 - 6 กิโลเมตร

2.1 เมฆอัลโตคิวมูลัส (Altocumulus) มีลักษณะคล้ายฝูงแกะ ลอยเป็นแพ มีช่องว่างระหว่างก้อนเล็กน้อย

2.2 เมฆอัลโตสเตรตัส (Altostratus) เมฆแผ่นหนา ส่วนมากมักมีสีเทา เนื่องจากบังแสงดวงอาทิตย์ ไม่ให้ลอดผ่าน และเกิดขึ้นปกคลุมท้องฟ้าเป็นบริเวณกว้างมาก หรือปกคลุมท้องฟ้าทั้งหมด

3. เมฆชั้นต่ำ (Low Cloud)

3.1 เมฆสเตรตัส (Stratus) มีลักษณะเป็นเมฆแผ่นบาง ลอยสูงเหนือพื้นไม่มากนัก เช่น ลอยปกคลุมยอดเขามักเกิดขึ้นตอนเช้า หรือหลังฝนตก บางครั้งลอยต่ำปกคลุมพื้นดิน เราเรียกว่า "หมอก"

3.2 เมฆสเตรโตคิวมูลัส (Stratocumulus) ไม่มีรูปทรงที่ชัดเจน มีช่องว่างระหว่างก้อนเพียงเล็กน้อย มักเกิดขึ้นเวลาที่3อากาศไม่ดี และมีสีเทาาเพราะลอยตัวอยู่ในเงาของเมฆชั้นบนๆ

3.3 เมฆนิมโบสเตรตัส (Nimbostratus) เมฆชนิดนี้มักทำให้เกิดฝนในช่วงสั้นๆหรืออารเรียกว่าฝนตกแดดออก และฟ้าร้องฟ้าผ่ามักปรากฏให้เห็นสายฝนตกลงมาจากฐานเมฆ

4. เมฆก่อตัวในทางตั้ง (Vertical development cloud)

4.1 เมฆคิวมูลัส (Cumulus) เมฆก้อนปุกปุย สีขาวเป็นรูปกะหล่ำ ก่อตัวในแนวตั้ง เกิดขึ้นจากอากาศไม่มีเสถียรภาพ ฐานเมฆเป็นสีเทาเนื่องจากมีความหนามากพอที่จะบดบังแสง จนทำให้เกิดเงา มักปรากฏให้เห็นเวลาอากาศดี ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าเข้ม

4.2 เมฆคิวมูโลนิมบัส (Cumulonimbus) เมฆก่อตัวในแนวตั้ง พัฒนามาจากเมฆคิวมูลัส มีขนาดใหญ่มากปกคลุมพื้นที่ครอบคลุมทั้งจังหวัด ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง หากกระแสลมชั้นบนพัดแรง ก็จะทำให้ยอดเมฆรูปกะหล่ำ กลายเป็นรูปทั่งตีเหล็ก ต่อยอดออกมาเป็น เมฆเซอโรสเตรตัส หรือเมฆเซอรัส

การทำนายสภาพอากาศจากลักษณะของเมฆ

เมื่อเราได้ทราบลักษณะของ เมฆชนิดต่าง ๆแล้วเราสามารถทราบถึงแนวโน้มของสภาพอากาศได้ เช่น ถ้าในท้องฟ้ามีเมฆก่อตัวในทางแนวตั้งแสดงว่าอากาศกำลังลอยตัวขึ้น หมายถึง สภาวะของอากาศก่อนที่จะเกิดลมพายุ หรือถ้าเมฆในท้องฟ้าแผ่ตามแนวนอนเป็นชั้นๆ หมายถึง สภาวะอากาศที่สงบและจะมีกระแสลมทางแนวตั้งเล็กน้อย หรือถ้าเมฆในท้องฟ้าก่อตัวทางแนวตั้งสูงใหญ่ มียอดเป็นรูปทั่ง จะหมายถึงลักษณะของเมฆพายุฟ้าคะนอง ที่เรียกว่า เมฆคิวมูโลนิมบัส ฝนจะตกหนักและมีฟ้าแลบ ฟ้าร้อง บางครั้งอาจมีฟ้าผ่าลงมายังพื้นดินด้วย