Directories :
ค้นหาจาก Web OPAC
ประเภท
คำค้น
 
HIGHLIGHT SERVICES
3Kings
e-Learning
Science&Tech for Kids
Scientific Game
R&D Journal
New Book
Sufficiency Economy
Customized Service
Book Order Request
Suggestion

What's happen @KMUTT Library?

Join us
   

Ask Librarian ให้บริการวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 9.00 - 17.00 น.

   Library Newsletter
   ประชาสัมพันธ์สำนักหอสมุด
   Digital News
   ข่าวสาร และสาระน่ารู้
 


ข่าวสารทั่วไป เทคโนโลยี การศึกษา และงานวิจัย
เลือกปีที่ต้องการ : แสดงรายการของปีที่ 9 (2551)
เลือกฉบับที่ต้องการ : ฉบับย้อนหลัง | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 | 35 | 36 | 37 | 38 | 39 | 40 | 41 | 42 | 43 | 44 | 45 | 46 | 47 | 48 | 49 | 50 | 51 | 52 |
รายการฉบับที่ 5
ประจำวันที่ 28 มกราคม 2551


ข่าวการศึกษา
มึนเด็กขาดสอบโอเน็ตปีอื่นๆขอซ่อมด้วย
ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ผอ.สทศ. เปิดเผยว่า ภายหลังการประกาศของ สทศ. ปรากฏว่า มีผู้ขาดสอบปีที่ผ่านมาร้องเรียนมายัง สทศ. ประมาณ 20 คน โดยขอให้ สทศ.ดูแลและจัดสอบกลุ่มที่ขาดสอบด้วยเหตุสุดวิสัยของปีที่ผ่านมาด้วย ตนได้นำเรื่องเข้าหรือคณะกรรมการบริหาร สทศ.ซึ่งบอร์ดก็ได้พิจารณาแล้ว ยังไม่มีการตัดสินใจใดๆตามข้อเรียกร้อง แต่ขอให้ สทศ.รวบรวมข้อมูล จำนวนเด็กที่ขาดสอบด้วยเหตุสุดวิสัยและร้องเรียนมายัง สทศ. และจำแนกด้วยว่าขาดสอบด้วยสาเหตุใด เด็กอยู่ที่ไหน ปัจจุบันมีที่เรียนแล้วหรือไม่ เพราะการจัดสอบใหม่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้งบประมาณในการจัดสอบและการออกข้อสอบ และหากเด็กที่ขาดสอบอยู่คนละจังหวัดทั้งหมด สทศ.จะดำเนินการจัดสอบอย่างไร นอกจากนี้ยังต้องตรวจสอบด้วยว่า เหตุสุดวิสัยที่ทำให้ขาดสอบนั้นเป็นเรื่องจริง มีหลักฐานยืนยัน เพราะผ่านมา 1 ปีแล้ว ดังนั้น สทศ.ก็จะต้องตรวจสอบกลับไปยังผู้ร้องเรียนเป็นรายบุคคล พร้อมทั้งชี้แจงด้วยว่า หากจัดสอบซ่อมให้ได้จริง ก็ไม่สามารถนำผลสอบโอเน็ตไปสมัครแอดมิชชั่นได้ เพราะที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กำหนดให้ ใช้โอเน็ตปีเดียวกับที่จบการศึกษาชั้น ม.6 เท่านั้น หากบอร์ด สทศ.ตัดสินให้จัดสอบซ่อมให้กับผู้ขาดสอบในปีที่ผ่านมา ก็คงต้องจัดสอบให้พร้อมกับผู้ขาดสอบด้วยเหตุสุดวิสัยในปีนี้ ประมาณปลายเดือนมีนาคม-ต้นเดือนเมษายน ทั้งนี้ขอย้ำว่า การสอบซ่อมจะไม่ผูกพันกับการสมัครแอดมิชชั่น ซึ่งการจัดสอบซ่อมอาจไม่ทันกับการสมัครแอดมิชชั่นก็ได้ เพราะเราไม่สามารถกำหนดตารางการสอบซ่อมล่วงหน้าได้ เนื่องจากยังไม่ทราบว่าจะมีเด็กที่เกิดเหตุสุดวิสัยไม่สามารถสอบได้ในปีนี้มากน้อยเพียงใด อาการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บหนักเบาแค่ไหน ทั้งอาการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยก็ยังไม่ทราบ หากเจ็บป่วยเล็กน้อยก็อาจสอบซ่อมได้เร็ว หากประสบอุบัติเหตุต้องนอนโรงพยาบาล 3 เดือน ก็ คงต้องรอจนกว่าเด็กจะออกจากโรงพยาบาล เพราะต้องจัดสอบพร้อมกัน ไม่เช่นนั้นจะเปลืองงบฯ และข้อสอบ

ที่มา : ไทยรัฐ จันทร์ที่ 28 ม.ค. 2551 http://www.thairath.co.th
หนุนเพิ่มจีพีเอเอ็กซ์ ม.6 จี้ตัดเกรดเข้ม
ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เสนอรับเกณฑ์การวัดผลการศึกษาระดับ ม.ปลายใหม่ โดยนักเรียนที่จบชั้น ม.6 ต้องมีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร ม.ปลายหรือจีพีเอเอ็กซ์ รวม 6 ภาคการศึกษา ไม่ต่ำกว่า 1.50 จากเดิม 1.00 นั้น รศ.ดร. มณฑล สงวนเสริมศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่า ตนเห็นด้วย เด็กจะได้ตั้งใจเรียนมากขึ้น และเกรดเฉลี่ย 1.00 ถือว่าต่ำมาก คิดเป็น 1 ใน 4 ขององค์ความรู้ทั้งหมด หากเพิ่มขึ้นเป็น 1.50 ก็จะเป็นการยกมาตรฐานการเรียนให้สูงสุด และในอนาคตหากเพิ่มขึ้นเป็น 2.00 ก็จะเป็นสิ่งที่ดีขึ้นอีก เพราะจะสอดคล้องกับการเรียนในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งต้องได้เกรดเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 2.00 ถึงจะจบการศึกษา นอกจากนี้นักเรียนที่มีคะแนนจีพีเอเอ็กซ์ 1.00 จะสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้ยาก หรือเรียนแล้วก็จะเรียนได้ลำบาก อย่างไรก็ตามเมื่อเพิ่มจีพีเอเอ็กซ์แล้ว สพฐ.ก็จะต้องอบรมการวัดประเมินผล การตัดเกรดให้ได้มาตรฐาน เพราะเราจะมีครูรุ่นใหม่ๆมาทุกปี ซึ่งต้องเข้มงวดเพื่อให้เด็กได้รับองค์ความรู้ที่ควรจะได้รับในแต่ละช่วงชั้น.
ที่มา : ไทยรัฐ จันทร์ที่ 28 ม.ค. 2551 http://www.thairath.co.th
จับขรก.พลเรือนลงตำแหน่งใหม่
ดร.จรวยพร ธรณินทร์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดเผยว่า ตามที่คาดการณ์ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับใหม่ จะประกาศใช้ประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ ซึ่งศธ.ต้องจัดตั้งศูนย์บริหารการปรับเปลี่ยนระบบบริหารงานทรัพยากรบุคคลขึ้นที่สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้บริการข้าราชการพลเรือนของทุกองค์กรหลักใน ศธ. โดยศูนย์นี้ทำหน้าที่สำคัญ 3 ประการ คือ 1.ทำความ เข้าใจกับข้าราชการผ่านสื่อทุกชนิดและรับฟังข้อร้องทุกข์ 2.ดำเนินการปรับ ระบบ ปรับมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง และ 3.เตรียมความพร้อมของบุคลากรเพื่อให้รับกับตำแหน่งใหม่ ทั้งนี้ทันทีที่ร่างพ.ร.บ.มีผลบังคับใช้ ศธ.จะแต่งตั้งนายบุญรัตน์ วงศ์ใหญ่ รองปลัด ศธ.เป็น ผู้อำนวยการศูนย์บริหารการปรับเปลี่ยนฯ และมีผู้แทนจากองค์กรหลักและเจ้าหน้าที่จาก ก.พ. มาร่วมเป็นผู้ปฏิบัติงานประจำศูนย์ ทั้งนี้การจัดคนลงตำแหน่งตามโครงสร้างตำแหน่งใหม่ ทาง ก.พ. จะจัดทำกรอบและหลักเกณฑ์ในการจัดให้ โดยส่วนราชการต้องจัดคนลงตำแหน่งตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2551 นายนนทิกร กาญจนะจิตรา ที่ปรึกษาระบบราชการ สำนักงาน ก.พ. ได้มาชี้แจงการบริหารจัดการตามร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับใหม่ ซึ่งระบบการกำหนดตำแหน่ง ตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ มีการจัดประเภทตำแหน่งให้สอดคล้องกับลักษณะงานในปัจจุบัน โดยยกเลิก “ซี” และเปลี่ยนประเภทตำแหน่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ 1. ตำแหน่งประเภทบริหาร มี 2 ระดับ คือ ระดับต้นและระดับสูง 2.ประเภทอำนวยการ มี 2 ระดับ คือระดับต้นและระดับสูง 3.ตำแหน่งประเภทวิชาการ มี 5 ระดับ คือระดับปฏิบัติการ ระดับชำนาญการ ระดับชำนาญการพิเศษ ระดับเชี่ยวชาญ และระดับทรงคุณวุฒิ และ4.ตำแหน่งประเภททั่วไป มี 4 ระดับ คือ ระดับปฏิบัติงาน ระดับชำนาญงาน ระดับอาวุโส และระดับทักษะพิเศษ นอกจากนี้ยังได้ปรับปรุงระบบเงินเดือนใหม่ โดยกำหนดให้มีบัญชีเงินเดือนแบบช่วงชั้นแยกตามประเภทตำแหน่ง เพื่อประโยชน์ทั้งในการปรับอัตราเงินเดือนให้สอดคล้องกับตลาดและการบริหารผลงาน และความรู้ความสามารถของข้าราชการแต่ละประเภท รวมทั้งสะท้อนค่างานของตำแหน่งในแต่ละประเภทได้อย่างแท้จริง โดยมีบัญชีเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงของข้าราชการไว้ตามประเภท แต่มีเงื่อนไขสำคัญของกฎหมาย คือ ข้าราชการทุกประเภทยังได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญตามที่เคยได้รับเช่นเดิม
ที่มา : เดลินิวส์ จันทร์ที่ 28 ม.ค. 2551 http://www.dailynews.co.th
เด็กกทม.ปี51 เรียน3ภาษา วาดฝันสู่โรงเรียนอันดับ1
คำประกาศถึงเป้าหมายการศึกษาของกทม. ในปีการศึกษา 2551 ของ "นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์" รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ที่ได้รับมอบหมายจาก "นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน" ผู้ว่าฯกทม. ให้ดูแลด้านการศึกษา ทั้งนี้ ในปี 2551 กทม.จึงมุ่งสานต่อนโยบาย "เรียนดี เรียนฟรี อย่างมีคุณภาพ" เน้นใน4 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.เรียนฟรี ซึ่งปีที่แล้วทำเป็นปีแรกและปีนี้จะเพิ่มเติมในส่วนของภาษาให้โรงเรียนกทม.สอนได้ 3-4 ภาษา รวมถึงส่งเสริมด้านดนตรี กีฬา ห้องสมุดเพื่อให้เด็กมีคุณภาพมากขึ้น 2.เพิ่มศักยภาพและสวัสดิการให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ผ่านมา กทม.ให้ทุนครูได้พัฒนาตนเองและเรียนต่อปริญญาโท ปริญญาเอก ปีละ 10 ทุน ตั้งแต่ปีที่แล้วก็เพิ่มเป็น 100 ทุน การแก้ปัญหาหนี้สินครู และการให้ครูผู้สอนแต่ละวิชา เช่น คณิตศาสตร์ ดนตรี เพื่อพัฒนาวิชาชีพโดยตั้ง "ชมรมครูวิชาชีพ" ให้งบกลุ่มละ1-2 แสนบาทต่อปี 3.พัฒนาอุปกรณ์ อาคาร สถานที่ เช่นอาคารเรียน อุปกรณ์การเรียน อาคารกีฬ่าที่อยู่ในโรงเรียนทั้งหมด จะหางบประมาณพัฒนาให้ทันสมัยมากขึ้น และ 4.ความร่วมมือกับผู้ปกครองและภาคเอกชน เพื่อให้องค์กรเอกชนและบริษัทชั้นนำได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษากทม.ตามความต้องการของแต่ละองค์กร เช่น กทม.มีโครงการร่วมกับบริษัททรูในการส่งเสริมเด็กคิดวิเคราะห์ในเชิงวิทยาศาสตร์
ที่มา : คมชัดลึก อังคารที่ 29 ม.ค. 2551 http://www.komchadluek.net/
หวั่นเกรดเฉลี่ย1.5ทำยาก สพฐ.ขอศึกษาให้ดีก่อนสรุป
นางเบญจลักษณ์ น้ำฟ้า ผอ.สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า ได้นำร่างหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 ฉบับปรับปรุง ไปประชาพิจารณ์ในส่วนกลาง วันที่ 26-27 มกราคม โดยผู้เข้าร่วมประชาพิจารณ์เห็นด้วยกับร่างหลักสูตรฉบับปรับปรุง ที่มีการปรับตัวชี้วัดจากรายช่วงชั้นเป็นรายปี และลดตัวชี้วัดจาก 76 ตัวชี้วัด เหลือ 74 ตัว โดยตัดตัวที่ซ้ำซ้อนออก เพราะทำให้หลักสูตรมีความชัดเจนขึ้น ส่งผลให้ครูออกแบบการเรียนการสอนเพื่อพัฒนานักเรียนได้ตรงตามเป้าหมายมากขึ้น แต่เมื่อเจาะลงลึกตามกลุ่มสาระแล้ว ตัวชี้วัดบางกลุ่มสาระยังซ้ำซ้อนกันบ้าง จึงขอให้ สพฐ.ปรับปรุงในส่วนที่ยังบกพร่อง ส่วนประเด็นกำหนดให้นักเรียนแต่ละช่วงชั้น ต้องทำกิจกรรมเพื่อสังคมให้ครบ 60 ชั่วโมงในระดับประถม 45 ชั่วโมง ระดับม.ต้น และ 60 ชั่วโมงในระดับ ม.ปลาย จึงจบการศึกษาได้นั้น ที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นด้วย แต่กังวลเรื่องการนำมาปฏิบัติ อาจทำให้ผู้ปกครองมองว่าเสียเวลาเรียน จึงอยากให้ สพฐ.ทำความเข้าใจให้ชัดเจน ทำคู่มือแนะนำครูและสถานศึกษาให้เข้าใจแนวทางปฏิบัติ การกำหนดให้เด็ก ม.ปลายต้องมีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 1.5 จึงจะจบการศึกษาได้นั้น ที่ประชุมโดยเฉพาะโรงเรียนยอมรับว่า ปฏิบัติได้ยาก โดยเฉพาะโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล จึงต้องการให้ สพฐ.ทำตัวช่วยสำหรับดูแลโรงเรียนกลุ่มนี้ และให้ศึกษาเรื่องนี้อย่างจริง
ที่มา : คมชัดลึก อังคารที่ 29 ม.ค. 2551 http://www.komchadluek.net/
มรภ.เอาด้วยแยกกระทรวงอุดม
ดร.สว่าง ภู่พิพัฒน์วิบูลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งประเทศไทย (ทปอ.มรภ.) กล่าวถึงข้อเสนอของ รศ.ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ที่จะขอแยกสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ตั้งเป็นกระทรวงอุดมศึกษาและการวิจัย ว่า ตนเห็นว่าการที่ สกอ.จะเป็นเหมือนทบวงมหาวิทยาลัยเดิม หรือแยกเป็นกระทรวงอุดมศึกษาฯ จะทำให้มหาวิทยาลัยมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการและไม่อุ้ยอ้ายเหมือนที่เป็นอยู่ แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูด้วยว่ารัฐบาลใหม่จะเห็นว่าเรื่องการแยกกระทรวงเป็นเรื่องเร่งด่วนหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ตนจะนำเรื่องแยกกระทรวงอุดมศึกษาฯเข้าหารือในการประชุม ทปอ.มรภ.ในช่วงต้นเดือน ก.พ.นี้
ที่มา : ไทยรัฐ อังคารที่ 29 ม.ค. 2551 http://www.thairath.co.th
มหา"ลัยหนุนตัดเกรดจบ 1.50 หวังเพิ่มคุณภาพ
รศ.ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เสนอให้ปรับเกณฑ์วัดผลการจบมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่เพิ่มผลคะแนนเฉลี่ยสะสมม.ปลาย (GPAX) จาก 1.00เป็น 1.50 ว่า เป็นเรื่องที่ดีต่อคุณภาพการศึกษา และตัวนักเรียนเอง ที่จะทำให้นักเรียนตั้งใจเรียนและมีองค์ความรู้มากขึ้น ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยต่างก็คาดหวังว่า นักเรียนม.ปลายที่จะเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยจะต้องมีองค์ความรู้เทียบเท่าชั้น ม.6 จริง ๆ ซึ่งที่ผ่านมาหลายมหาวิทยาลัยประสบปัญหาเด็กที่เข้ามาเรียนมีพื้นฐานความรู้ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในสาขาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ จนทำให้ มหาวิทยาลัยต้องเปิดติว หรือสอนเพิ่มเติมให้แก่นักเรียนที่เข้ามาใหม่ และจากที่นักเรียนมีองค์ความรู้ไม่พอก็มีส่วนทำให้มหาวิทยาลัยรับเด็กได้ไม่เต็มจำนวน ทำให้มีที่นั่งเหลือ แม้แต่ในมหาวิทยาลัยเปิดที่รับนักศึกษาโดยไม่ต้องสอบ เมื่อเข้ามาแล้วก็ต้องสอนเพิ่มเติมให้เช่นกัน
ที่มา : เดลินิวส์ อังคารที่ 29 ม.ค. 2551 http://www.dailynews.co.th
เลิกประกาศเก็บเงินบำรุงการศึกษา
ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงการรับนักเรียนปีการศึกษา 2551 ว่า การรับนักเรียนปีนี้จะต้องไม่มีเรื่องการรับเงินกินเปล่า หรือแป๊ะเจี๊ยะ และการรับเด็กฝากเช่นเดิม โดยขณะนี้ตนรออยู่ว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะให้ตนเซ็นหนังสือกำชับสถานศึกษาอีกครั้งหนึ่งหรือไม่ ซึ่งจริงๆ แล้วประกาศ ศธ.ที่ตนลงนามไว้เมื่อปีที่ผ่านมาก็ยังมีผลบังคับใช้อยู่ แต่หาก สพฐ. ต้องการให้กระตุ้นโรงเรียนอีกครั้งตนก็จะเซ็นหนังสือให้ เพราะเกรงว่าจะเกิดความเข้าใจผิดว่าประกาศดังกล่าวใช้แค่ปีที่ผ่านมาเท่านั้น อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามผู้อำนวยการโรงเรียนดังหลายคนก็รู้สึกพอใจกับประกาศดังกล่าว เพราะช่วยให้เขาสบายใจ ไม่ต้องหลบไม่รับโทรศัพท์ หรือหนีไปเมืองนอก สำหรับการเก็บเงินค่าบำรุงการศึกษานั้น เมื่อเร็วๆนี้ ตนได้ลงนามยกเลิกประกาศ ศธ.ว่าด้วยการเก็บเงินบำรุงการศึกษาตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด ที่ให้สามารถนำไปเบิกจ่ายได้ โดยให้ยึดตามระเบียบ ศธ.ว่าด้วยแนวปฏิบัติในการระดมทรัพยากรเพื่อจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ออกในสมัยนายปองพล อดิเรกสาร เป็น รมว.ศธ. ที่ว่าในการระดมทรัพยากรและเงินบริจาคนั้น ต้องผ่านกรรมการสถานศึกษา และเป็นไปด้วยความสมัครใจของผู้ปกครอง ที่สำคัญต้องนำเงินเหล่านั้นไปใช้ในการจัดกิจกรรมที่ไม่ใช่กิจกรรมที่จัดอยู่ในหลักสูตรปกติ อีกทั้งผู้ปกครองจะไม่สามารถนำใบเสร็จไปเบิกได้เพราะไม่ใช่เงินบำรุงการศึกษา
ที่มา : ไทยรัฐ พุธที่ 30 ม.ค. 2551 http://www.thairath.co.th
สพฐ.คลอดยุทธศาสตร์ แก้นักเรียนอ่านไม่ออก
คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า กพฐ.เห็นชอบร่างแผนยุทธศาสตร์แก้ปัญหาเด็กในระบบโรงเรียนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ จะเริ่มใช้ในปีงบประมาณ 2552-2555 เน้นแก้ปัญหานักเรียนเป็นรายบุคคล พัฒนาครูให้ฝึกทักษะการใช้ภาษาไทยแก่เด็กอย่างมีประสิทธิภาพ โดยระดับประถมเน้นสอนหลักการอ่านเขียนแบบแม่นยำ ระดับมัธยมเน้นฝึกอ่านเขียนวิเคราะห์วิจารณ์ เรียงความย่อความ จะทำมาตรฐานตัวชี้วัดความสามารถครูผู้สอนภาษาไทยและผู้เรียน ภายในปี 2552 โรงเรียนทุกแห่งต้องมีข้อมูลพื้นฐานพร้อมที่จะรายงานสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นประจำทุกภาคเรียน ทั้งนี้ องค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) รายงานว่า นักเรียนไทยที่มีอายุ 15 ปี ร้อยละ 37 มีความสามารถในการอ่านต่ำมาก ส่งผลให้การเรียนวิชาอื่นๆ ด้อยตามไปด้วย สอดคล้องกับผลสอบโอเน็ตระบุเด็กมีผลการเรียนแทบทุกวิชาหลักต่ำกว่าร้อยละ 50 และการประเมินผลสัมฤทธิ์การเรียนภาษาไทยของ สพฐ.ตั้งแต่ปี 2539-ปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำ และเมื่อปี 2549 สพฐ.พบว่าเด็กจบ ป.2 อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ 79,358 คน คิดเป็นร้อยละ 13 จาก 6.4 แสนคน และปัญหานี้เรื้อรังถึงระดับมัธยม ”สพฐ.วิเคราะห์สาเหตุอยู่ที่หลักสูตรใหม่ปี 2544 กำหนดมาตรฐานการเรียนรู้วิชาต่างๆ รวมทั้งภาษาไทยไว้กว้างเกินไปจนโรงเรียน ครูส่วนใหญ่ไม่สามารถออกแบบเนื้อหาการสอนวิชาภาษาไทยให้เหมาะสมกับพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กแต่ละระดับ ครูภาษาไทยบางส่วนไม่เข้าใจการใช้หนังสือเรียน ไม่รู้วิธีสอนที่มีประสิทธิผล อีกทั้งมีปัญหาการขาดแคลนครูทุกวิชา“
ที่มา : คมชัดลึก พฤหัสบดีที่ 31 ม.ค. 2551 http://www.komchadluek.net/
ยกเลิกประกาศเก็บค่าบำรุงกศ. ศธ.ชี้ขัดรัฐธรรมนูญให้เรียนฟรี12ปี
ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ได้ลงนามในประกาศกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เรื่องการยกเลิกประกาศ ศธ. เรื่อง การเก็บเงินบำรุงการศึกษาของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปเมื่อวันที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมา เพื่อให้ สพฐ.ออกหนังสือเวียนชี้แจงสถานศึกษาในสังกัดให้ยกเลิกการเตรียมเก็บเงินบำรุงการศึกษาตามหนังสือเวียนที่ สพฐ.เคยแจ้งไปยังโรงเรียนก่อนหน้านี้ว่า โรงเรียนสามารถเก็บเงินบำรุงการศึกษาได้ การเก็บเงินบำรุงการศึกษาน่าจะกระทำไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดให้รัฐจัดการศึกษาฟรี 12 ปี โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย จึงให้ สพฐ.ไปศึกษาเรื่องนี้และเมื่อวันที่ 25 มกราคม สพฐ.ทำหนังสือเสนอให้ลงนามยกเลิกการใช้ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2549 ก่อน จนกว่าจะได้คำตอบจากคณะกรรมการกฤษฎีกาว่า สถานศึกษาจะจัดเก็บเงินบำรุงการศึกษาสำหรับการจัดการศึกษานอกเหนือจากหลักสูตรได้หรือไม่และได้เพียงใด แต่ประกาศสมัยนายปองพล อดิเรกสาร อดีต รมว.ศึกษาธิการ เรื่องการระดมทรัพยากรนั้น ยังมีผลใช้อยู่ โรงเรียนทำโครงการเสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา แล้วขอระดมทรัพยากร รับบริจาคจากผู้ปกครองได้ ส่วนที่ให้ สพฐ.ศึกษาว่า ถ้าจะจัดการศึกษาฟรีที่แท้จริงแล้ว รัฐบาลต้องจัดงบเพิ่มเท่าใดนั้น ต้องรอให้ รมว.ศึกษาธิการ คนใหม่มาพิจารณา หากใช้เงินเพิ่มอีก 3 หมื่นล้านบาท เชื่อว่ารัฐบาลมีเงินพอ เพราะช่วงที่มาเป็น รมว.ศึกษาธิการ ก็ผลักดันให้ได้งบเพิ่มขึ้นเป็น 25% คิดเป็นเงิน 5 หมื่นล้านบาท จึงขึ้นอยู่กับรัฐบาลถ้าเห็นความสำคัญของการศึกษาฟรี 12 ปี เชื่อว่าจัดสรรเงินให้ได้
ที่มา : คมชัดลึก พฤหัสบดีที่ 31 ม.ค. 2551 http://www.komchadluek.net/
แนะรัฐกำหนดทิศทางชัดเจน พัฒนาเด็กสติปัญญาเลิศ-ชี้ขาดครู-สื่อสอน
ผศ.ดร.อุษณีย์ อนุรุทธ์วงศ์ ผอ.ศูนย์ส่งเสริมเด็กที่มีความสามารถพิเศษ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ(มศว) เปิดเผยว่า ปัจจุบันการพัฒนาเด็กที่มีความสามารถพิเศษของไทยนั้นมีปัญหาหลายประการ ทั้งการขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเด็กกลุ่มนี้ ขาดแคลนครู เครื่องมือสำรวจ และวัดแววเด็กรวมถึงหลักสูตร สื่อทางการศึกษา และเครื่องมือวัดประเมินผลเด็กเหล่านี้ จึงไม่มีระบบที่จะช่วยให้เด็กที่มีความสามารถพิเศษได้พัฒนาความสามารถอย่างเต็มที่ ส่งผลให้เด็กเครียดและหาทางออกไม่ได้ มศว จึงมุ่งสร้างต้นแบบและงานวิจัยโดยในส่วนของเครื่องมือวัดแววและประเมินความสามารถของเด็กที่มีความสามารถพิเศษนั้น เชื่อว่าเครื่องมือวัดแววและประเมินความสามารถของต่างประเทศไม่เหมาะสมกับเด็กไทย จึงสร้างเครื่องมือวัดแววและประเมินความสามารถต้นแบบที่เหมาะสมกับเด็กไทยขึ้น เช่น เครื่องมือวัดไอคิว วัดความสามารถเฉพาะด้าน วัดทักษะด้านสังคมและอารมณ์ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงวัยทำงาน ตอนนี้ทำเครื่องมือวัดแววและประเมินความสามารถเด็กชั้น ป.1 เสร็จแล้ว และได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และอาหรับด้วย ขณะเดียวกัน ก็กำลังทำต้นแบบเครื่องมือวัดและประเมินความสามารถลงไปสู่ระดับรายวิชา โดยเริ่มจากชั้น ป.1-ป.3 ก่อน ส่วนหลักสูตรสำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษนั้น ได้จัดทำหลักสูตรในวิชาภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ในระดับประถมก่อน ตอนนี้หลักสูตรภาษาอังกฤษเสร็จแล้ว ซึ่ง มศว ได้สร้างธนาคารหลักสูตรขึ้น โดยนำหลักสูตรที่จัดทำขึ้นบรรจุลงในเว็บไซต์ www.giftedcenter.org รวมถึงได้ขยายเครือข่ายเช่น มศว ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สำนักงานเลขาธิการการศึกษา (สกศ.) จัดอบรมครู อีกทั้งร่วมมือกับเครือข่ายพ่อแม่และเด็กที่มีความสามารถพิเศษเพื่อขยายผลจากการวิจัยไปสู่การปฏิบัติมากขึ้น
ที่มา : คมชัดลึก พฤหัสบดีที่ 31 ม.ค. 2551 http://www.komchadluek.net/


ข่าววิทยาศาสตร์ / เทคโนโลยี
ขอ 400 ล้านตั้งห้องปฏิบัติการไดออกซินแห่งแรก
ดร.มณทิพย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยความคืบหน้าการจัดตั้งห้องปฏิบัติการเพื่อวิเคราะห์ไดออกซิน เป็นผลพลอยได้จากกระบวนการการผลิตต่างๆ ทางอุตสาหกรรมที่ใช้ความร้อน การเผาไหม้ไม่ สมบูรณ์จากเตาเผาขยะต่างๆ ที่อุณหภูมิไม่สูงพอและอุตสาหกรรมที่ใช้คลอรีนในกระบวนการผลิตในตัวอย่างสิ่งแวดล้อมแห่งแรกในประเทศไทย ว่า โครงการมีความคืบหน้า เหลือเพียงการขออนุมัติงบประมาณก่อสร้างจากคณะรัฐมนตรีเท่านั้น สำหรับสถานที่ก่อสร้างจะใช้พื้นที่ของศูนย์วิจัยและฝึกอบรมด้านสิ่งแวดล้อม เทคโนธานี ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ขณะนี้การออกแบบอาคารห้องปฏิบัติการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา การออกแบบบำบัด ด้านอากาศและบำบัดน้ำ เสร็จแล้ว คาดว่าจะใช้งบประมาณการก่อสร้างรวมถึงการจัดซื้อครุภัณฑ์ที่จำเป็นสำหรับวิเคราะห์สารไดออกซิน ประมาณ 400 ล้านบาท ทั้งนี้ จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 2552 โครงการดังกล่าวถือว่ามีความจำเป็นมาก เพราะสารไดออกซิน มีอันตรายต่อสุขภาพและความเป็นอยู่คนไทย รวมถึงสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศน์ หากโครงการนี้สำเร็จจะเป็นห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ไดออกซินที่มีมาตรฐานระดับโลกแห่งแรกของไทย อีกทั้งยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายจากการส่งตัวอย่างไปตรวจสอบที่ต่างประเทศด้วย

ที่มา : ไทยรัฐ จันทร์ที่ 28 ม.ค. 2551 http://www.thairath.co.th
สหรัฐโคลนนิ่งมนุษย์แหล่งใหม่ผลิตสเต็มเซลล์
ดร.แซมวลวู้ด นักวิจัยและประธานกรรมการบริษัทสตีมาเกน คอร์ป ซึ่งตั้งอยู่ในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐ กล่าวว่า ทีมงานพยายามผลิตชุดสเต็มเซลล์จากตัวอ่อนโคลนนิ่ง สเต็มเซลล์หรือเซลล์ต้นกำเนิดเป็นเซลล์ที่ยังไม่ได้ถูกกำหนดหน้าที่เฉพาะให้เป็นเซลล์ชนิดใดชนิดหนึ่ง ร่างกายมนุษย์ประกอบด้วยเซลล์จำนวนมากมาย แต่ละเซลล์มีหน้าที่การทำงานของตัวเอง เช่น เซลล์เลือด เซลล์ประสาท เซลล์ผิวหนัง เซลล์กล้ามเนื้อ เป็นต้น สเต็มเซลล์จากตัวอ่อนโคลนนิ่งจะถูกนำมาใช้ศึกษาโรคต่างๆ ใช้คัดกรองยา และอาจใช้เป็นอะไหล่รักษาภาวะผิดปกติในร่างกาย โรคเบาหวาน และโรคพาร์กินสัน
อย่างไรก็ตามเมื่อนำเซลล์จากตัวอ่อนมาใช้แล้ว ตัวอ่อนจะไม่สามารถเติบโตเป็นทารกได้เลย ข้อจำกัดทางศีลธรรมนี้ทำให้งานวิจัยด้านนี้ถูกคัดค้านอย่างหนัก และยังไม่แน่ชัดว่าการนำเซลล์ใหม่เข้าสู่ร่างกายจะมีผลกระทบต่อสุขภาพด้านอื่นหรือไม่ รวมถึงอาจนำไปสู่การแสวงหาประโยชน์จากการขอให้ผู้หญิงบริจาคไข่ ด้วยเหตุนี้นักวิทยาศาสตร์จึงเลี่ยงไปใช้เทคนิคผลิตสเต็มเซลล์จากผิวหนังโดยตรง ไม่ต้องผ่านขั้นตอนปฏิสนธิเหมือนก่อน แต่ในเชิงทฤษฎีแล้ววิธีนี้ยังเสี่ยงที่สเต็มเซลล์ จะพัฒนาไปเป็นเซลล์มะเร็ง ทำให้นักวิทยาศาสตร์เรียกร้องให้ศึกษาเทคนิคโคลนนิ่งกันต่อไป


ที่มา : คมชัดลึก อังคารที่ 29 ม.ค. 2551 http://www.komchadluek.net/
ไบโอแก๊ส...วัดสระแก้ว พลังทดแทนจากมูลไก่โรงเรียน
โรงเรียนวัดสระแก้ว ต.บางเสด็จ อ.ป่าโมกจ.อ่างทอง เป็น สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า ยากจน ด้อยโอกาสและถูกทอดทิ้ง ในคาบเวลายาวนานมาถึง 65 ปี....ซึ่งได้รับความอุปถัมภ์จากพระสงฆ์วัดสระแก้ว โดยมุ่งเน้นกิจกรรมในงานอาชีพ เพื่อที่จะได้นำออกไปใช้กับชีวิตจริง โดยแบ่งพื้นที่บางส่วนทำการเกษตร เลี้ยงไก่พื้นบ้าน ปลูกผัก เลี้ยงปลา แล้วนำผลผลิตไปขาย โดย นางมยุรี ศรีนาค อาจารย์ใหญ่เป็นผู้สนับสนุนและดูแล การเลี้ยงไก่ไข่ ของนักเรียนโรงเรียนวัดสระแก้ว มีการจดบันทึกเป็นข้อมูล ทุกระยะและขั้นตอน อันจะทำให้การจัดการเกิดความผิดพลาดสูญเสียน้อยลง เพื่อสอนให้เกิดการสังเกตและจดจำ โดยได้รับการสนับสนุนบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ สร้างโรงเรือนระบบปิด และ ซีพีเอฟ ได้ส่ง สัตวบาล และ เจ้าหน้าที่ เข้ามาแนะนำให้ อาจารย์ และ เด็กนักเรียน เกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันทั้งระบบ นายเรวัต โพธิจักร์ สัตวบาลผู้ดูแลการเลี้ยงไก่ไข่ฯ ได้มาช่วยวางระบบ Cover lagoon รองรับมูลไก่ แปรเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าใช้ในฟาร์ม หลังจากใช้พลังงานทดแทนโรงเรียน ประหยัดค่าใช้จ่าย จากเดิมเคยจ่ายค่าไฟฟ้าเดือน 130,000 บาท ปัจจุบันเหลือเพียงเดือน ละ 20,000 บาท และยัง ช่วยแก้ปัญหาเรื่องมลภาวะ ปัจจุบันโครงการเลี้ยงไก่ไข่ และ การผลิตไบโอแก๊สฯ ของ โรงเรียนวัดสระแก้ว เป็นแม่แบบให้สถาบันต่างๆ ทั้งโรงเรียนในจังหวัดอ่างทอง และใกล้เคียง ได้เข้ามาศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่อง
ที่มา : ไทยรัฐ พุธที่ 30 ม.ค. 2551 http://www.thairath.co.th
ใช้หางอสุจิเป็นรถยนต์ส่งยาจิ๋วทำลายมะเร็ง
นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยคอร์เนล ค้นนพบวิธีใช้ส่วนหางของสเปิร์ม หรือที่เรียกว่า "ฟาลเกลลัม" เป็นพลังขับเคลื่อน ซึ่งปกติ อสุจิสามารถเคลื่อนที่ได้ราว 7 นิ้วต่อชั่วโมง ทั้งนี้ ส่วนหางของสเปิร์มทำหน้าที่พาอสุจิว่ายเข้าไปปฏิสนธิกับไข่ของเพศหญิง เมื่อส่วนหัวของสเปิร์มเจาะเข้าไปในไข่แล้วจะสลัดส่วนหางทิ้ง ส่วนหางของเซลล์สเปิร์มมีหน่วยผลิตสารให้พลังงานสูงที่เรียกว่าเอทีพีประกบอยู่สารเอทีพีถือเป็น "กระแสไฟฟ้า" ที่จ่ายให้แก่เซลล์มีคุณสมบัติเพียบพร้อมทั้งเก็บพลังงาน ถ่ายโอน และปล่อยพลังงานออกมา เมื่อเซลล์ต้องการใช้พลังงาน สารเอทีพีจะปล่อยพลังงานที่สะสมไว้ออกมาจนหมดกลายสภาพเพียงแค่สารเคมีธรรมดา ตัวผลิตสารเอทีพีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดคือไมโตคอนเดรีย หรือโรงผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กของเซลล์ โคนหางสเปิร์มมีไมโตคอนเดรียบิดเป็นเกลียวอยู่ชิดกับส่วนหัวของสเปิร์ม เซลล์ใช้ปลายส่วนที่เหลือทำหน้าที่ย่อยน้ำตาลให้เป็นส่วนประกอบหลายชนิด รวมถึงโมเลกุลเอทีพีพลังงานสูง กระบวนการดังกล่าวเรียกว่า ไกลโคไลซิส ปกติแล้วโปรตีนจะถูกนำไปใช้งานได้ จำเป็นต้องคลายตัวจากสภาพบิดเกลียว งอ หรือเปลี่ยนรูปร่างเสียก่อน ทีมนักวิทยาศาสตร์จากคอร์เนลกลับพบว่า โปรตีนอยู่ 10 ตัวในสเปิร์มที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการไกลโคไลซิสไม่ยอมคลายตัวออก และเกาะกันแน่นอยู่ตลอดความยาวของหางส่วนที่เหลือ แต่ยังทำกิจกรรมของตัวเองได้ตามปกติ พวกเขาจึงทดลองนำชุดโปรตีนดังกล่าวมาติดกับแผ่นทองคำจิ๋วหุ้มด้วยนิเกิลไอออน เพื่อใช้เป็นเครื่องยนต์ส่งอนุภาคขนาดเล็กไปซ่อมแซมส่วนที่เสียหายภายในร่างกาย
ที่มา : คมชัดลึก ศุกร์ที่ 1 ก.พ. 2551 http://www.komchadluek.net/


ข่าววิจัย/พัฒนา
ม.กรุงเทพสู้โลกร้อน ผลิตไบโอดีเซลเติมรถรับส่งนักศึกษา
ดร.สมัย ใจอินทร์ ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต ติดตั้งเครื่องผลิตไบโอดีเซลชุมชนขนาด 100 ลิตรต่อวัน เพื่อทดลองผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชใช้แล้ว สำหรับเติมรถโดยสารที่วิ่งบริการภายในมหาวิทยาลัย เครื่องผลิตไบโอดีเซลดังกล่าวเป็นผลงานการพัฒนาร่วมกันระหว่างกรมอู่ทหารเรือกับเอ็มเทค จุดเด่นอยู่ที่เครื่องดังกล่าวสามารถแยกกำมะถันออกจากไบโอดีเซล ทำให้ไบโอดีเซลที่ผลิตได้มีความบริสุทธิ์และไม่ก่อมลภาวะในอากาศ มหาวิทยาลัยจะตั้งคณะทำงานจากคณะวิศวกรรมศาสตร์เพื่อประเมินประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ที่เติมไบโอดีเซล ตลอดจนทีมเศรษฐกิจ เพื่อวิเคราะห์ความคุ้มค่าด้านการลงทุน คาดว่าจะสรุปผลได้ใน 3 เดือน แต่การประเมินเบื้องต้นพบว่า การใช้ไบโอดีเซลแทนน้ำมันดีเซล จะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ 2,800 บาทต่อวัน จากการใช้กับรถรับส่งนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัย และเครื่องยนต์ทางการเกษตรประมาณ 15 คัน มหาวิทยาลัยพร้อมที่จะรับซื้อน้ำมันพืชใช้แล้วจากชุมชนใกล้เคียงในราคาลิตรละ16 บาท ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงกับปั๊มน้ำมันบางจาก การสนับสนุนดังกล่าวคาดว่าจะกระตุ้นการใช้พลังงานทดแทนในระดับชุมชนได้มากขึ้น
ที่มา : คมชัดลึก จันทรที่ 28 ม.ค. 2551 http://www.komchadluek.net/
รั่วล่องหนไฮเทคโทรแจ้งเจ้าบ้านทันที
นายภาณุมาศโกสินทรเสนีย์ นักวิจัยอิสระเรียกสิ่งประดิษฐ์รั้วล่องหนว่า "เครื่องบูรณาการอุปกรณ์ตรวจจับ" ประกอบขึ้นจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่หาซื้อได้ไม่ยากนัก อย่างเช่น เซ็นเซอร์ แบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ และกริ่งไฟฟ้า ได้นำชุดเซ็นเซอร์อินฟราเรดที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป ตามร้านจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือร้านขายอุปกรณ์ทั่วไป มาใช้เป็นอุปกรณ์ตัวจับการเคลื่อนไหว ซึ่งแบ่งเป็นตัวรับและตัวส่ง ทั้งยังสามารถประยุกต์ต่อเชื่อมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างอื่นได้หลายชนิด โดยเครื่องบูรณาการฯมีลักษณะเป็นกล่องขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือเล็กน้อย ซึ่งภายในบรรจุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รวมถึงตัวเซ็นเซอร์ แยกเป็นกล่องส่งสัญญาณและกล่องรับสัญญาณ โดยกล่องส่งสัญญาณจะยิงลำแสงที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ไปยังกล่องรับสัญญาณ ส่วนระดับความสูงของการติดตั้งกล่องขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งาน เช่น ถ้าต้องการใช้ป้องกันการบุกรุกจากคนก็ติดตั้งไว้สูงกว่าพื้นประมาณ 1 เมตร เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเคลื่อนที่ตัดผ่านลำแสงระบบจะส่งสัญญาณเตือนทันทีในรูปแบบต่างๆ ตามที่ออกแบบไว้ เช่น การเตือนแบบใช้แสงสว่างด้วยไฟสปอตไลต์ การเตือนแบบส่งเสียง การบันทึกภาพด้วยการต่อเชื่อมกับกล้องวงจรปิดและกล้องวิดีโอ หรือหากติดตั้งพ่วงกับอุปกรณ์สื่อสารระบบก็สามารถโทรออกไปยังหมายเลขที่กำหนดได้อัตโนมัติ เช่น โทรศัพท์ยังหมายเลขด่วน โทรศัพท์มือถือเจ้าของบ้าน ตลอดจนโทรศัพท์ของตำรวจในโครงการฝากบ้านกับตำรวจด้วย สามารถร่วมชมผลงานได้ในงานวันนักประดิษฐ์ ระหว่างวันที่ 2-5 กุมภาพันธ์ ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี

ที่มา : คมชัดลึก จันทรที่ 28 ม.ค. 2551 http://www.komchadluek.net/
ผ้าก๊อซเซลลูโลสชีวภาพ ผลิตจากสับปะรด "ปัตตาเวีย"
โรงพยาบาลหลายแห่ง ในสหรัฐอเมริกาและประเทศแถบยุโรป ใช้ผ้าก๊อซที่ผลิตจากเส้นใย “เซลลูโลสชีวภาพ” (Biocellulose) เนื่องจากไม่ก่อให้เกิดปัญหาสะเก็ดติดออกมากับผ้าขณะชะล้างแผล อีกทั้งยังทำให้บาดแผลของผู้ป่วยหายเร็วขึ้น เภสัชกร สมบัติ รุ่งศิลป์ และทีมนักวิจัยจากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จึงคิดค้นวัสดุปิดปากแผล “เซลลูโลสจากน้ำสับปะรด” ขึ้น ซึ่งมี ศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย และ บริษัทไทยนาโนเซลลูโลส จำกัด ให้การสนับสนุน เส้นใยเซลลูโลสชีวภาพ ผลิตจากเชื้อจุลินทรีย์ชื่อ Acetobacter xylinum ซึ่ง ทำหน้าที่ ขับเส้นใยฯออกข้างลำตัว เพาะในอาหารเลี้ยงเชื้อที่มีน้ำตาล ในเวลาที่พอเหมาะจะได้ เส้นใยขนาดเล็กกว่าเส้นใยจากพืช100-1,000 เท่า (มีขนาด 1/1,000 เท่า ของเส้นผมมนุษย์) สานถักเป็นแผ่นร่างแห เรียงกันเป็นชั้นๆ และ USFDA ได้จัดให้เซลลูโลสชีวภาพเป็นสารในกลุ่ม GRAS ที่มีความปลอดภัยต่อการบริโภค...การเข้าสู่ขั้นตอนการวิจัยโดยนำสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย ผลโตปริมาณน้ำมาก ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่หาง่ายในจังหวัดพัทลุง นำมาคั้นน้ำ ต้ม ทิ้งให้เย็นเติมเชื้อ A.xylinum ใส่ภาชนะเลี้ยงเชื้อ ใช้เวลาบ่ม 5-10 วัน จากนั้น เข้าสู่ขั้นตอนการแปรรูปเส้นใยบริสุทธิ์ที่ปราศจากอาหารเลี้ยงเชื้อ สิ่งปลอมปน และจุลินทรีย์ ตามกระบวนการทางกายภาพและเคมี เติมน้ำสะอาด (Deionized) สุดท้ายเข้ากระบวนการปราศจากเชื้อด้วยความร้อนสูง ทิ้งให้เย็น บรรจุใส่ซอง พร้อมทั้งนำไปทดสอบด้านคลินิก โดย ทีมวิจัยคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในผู้ป่วยบาดแผลเฉียบพลันระดับ 2 ของ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์
และ....พบว่า แผ่นเซลลูโลสฯจะมีความเย็น ดูดซับหนองและเนื้อตาย ลดอาการปวด วัสดุไม่ติดแผลขณะแกะออก ทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกเจ็บ และบาดแผลหายเร็วขึ้น ที่สำคัญไม่พบว่ามีผู้ใดแพ้ หรือมีอาการติดเชื้อ บาดแผลไม่เกิดเนื้อตาย รอบแผลไม่เปื่อยแฉะ ระยะเวลาการหายของแผลเฉลี่ย 7.6 วัน (พิสัย 4-13 วัน) ซึ่งเร็วกว่าการใช้ผ้าก๊อซทั่วไป
ที่มา : ไทยรัฐ จันทร์ที่ 28 ม.ค. 2551 http://www.thairath.co.th
ฝังเข็มขจัดฝ้าให้ผลดีกว่ายา มศวพิสูจน์ในหญิงสาว56 คน
พญ.สายชลีทาบโลกา นักศึกษาปริญญาโท คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ทดสอบใช้การฝังเข็มรักษาฝ้าในอาสาสมัครหญิง อายุ 35-55 ปี 56 คน โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 28 คน กลุ่มแรกให้ทายาประเภทไฮโดรควินินความเข้มข้น 3% ซึ่งเป็นการรักษาตามแผนปัจจุบัน กลุ่มที่ 2 ใช้การฝังเข็มบริเวณร่างกายและใบหน้าสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 10 สัปดาห์ จากการติดตามผลทุกๆ2 สัปดาห์พบว่า ในช่วง 2 สัปดาห์แรก ฝ้าบนใบหน้าของอาสาสมัครกลุ่มสองเริ่มจางลง และเมื่อครบ 10 สัปดาห์ หญิงที่ปริมาณฝ้าไม่มาก หายได้สมบูรณ์แบบ ขณะที่อาสาสมัครที่เป็นฝ้าลึกและเป็นมานาน ก็จางลงอย่างชัดเจน ส่วนผลข้างเคียงจากการฝังเข็มคือ รอยช้ำของเข็ม ที่หายได้ในไม่กี่วัน การฝังเข็มจะเป็นการปรับสมดุลในร่างกายกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและลมปราณ ซึ่งการแพทย์แผนจีนเชื่อว่า ระบบเลือดลมที่ไหลเวียนไม่ดี ก่อให้เกิดฝ้า ทีมวิจัยยังคงติดตามอาสาสมัครต่อไปอีก แม้จะครบกำหนด 10 สัปดาห์ไปแล้วเพื่อดูการเป็นซ้ำ แต่คาดว่าการฝังเข็มจะช่วยลดการเป็นซ้ำได้
ที่มา : คมชัดลึก อังคารที่ 29 ม.ค. 2551 http://www.komchadluek.net/
สหรัฐประดิษฐ์สาร "เจ้าแห่งความมืด"
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไรซ์ สหรัฐ สร้างวัตถุดำสนิท สามารถดูดซับแสงได้มากว่า 99.9% ตั้งเป้าใช้ทำแผงโซลาร์เซลล์ผลิตกระแสไฟฟ้าเต็มประสิทธิภาพ วัสดุที่ว่านี้ทำจากท่อคาร์บอนนาโน เป็นวัสถุที่มีสีดำสนิทกว่าสารคาร์บอนที่สถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งสหรัฐกำหนดไว้ 30 เท่า สามารถดูดซับแสงได้เกือบหมด มีดัชนีการหักเหแสงเพียง 0.045% วัตถุชนิดนี้สามารถนำไปใช้ในชุดโซลาร์เซลล์ หรือแผงเซลล์สุริยะ เพื่อรวมรวบแสงตกกระทบให้ได้มากที่สุดสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า นอกจากนี้ยังนำไปใช้กับอุปกรณ์ตรวจจับด้วยคลื่นอินฟราเรด หรือการเฝ้าสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์
ท่อคาร์บอนนาโนที่ขึ้นทำเนียบเป็นเจ้าแห่งความดำนี้คือ คาร์บอนทรงกระบอกที่มีขนาดเล็กกว่าเส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นผมถึง 400 เท่า คาร์บอนหรือผงถ่านเป็นตัวดูดซับแสงไว้ในตัว เมื่อนำท่อนาโนเหล่านี้มาวางเรียงกันเป็นแผงโดยให้ผิวบนไม่เสมอกัน และขรุขระช่วยลดการสะท้อนแสงให้มากยิ่งขึ้น ผลที่ได้คือ ไม่ใช่แค่สะท้อนแสงกลับออกไปน้อยมากเท่านั้น ยังดูดแสงได้มากอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน นักวิจัยกล่าวว่า ถ้าสามารถสร้างวัตถุที่ขัดขวางการสะท้อนของรังสีเหล่านี้ได้ มันสามารถนำไปใช้งานชั้นสูงได้ไม่จำกัด เช่น ใช้เป็นวัสดุผิวของเครื่องบินล่องหน และใช้งานด้านการทหาร
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ พุธที่ 30 ม.ค. 2551 http://www.bangkokbiznews.com
หมวกสวมรักษาสมองเสื่อม
นักวิจัยมหาวิทยาลัยซันเดอร์แลนด์อังกฤษ ประดิษฐ์หมวกสวมรักษาโรคหลงลืม หวังคลื่นรังสีอินฟราเรดย่านต่ำช่วยเพิ่มประมาณเซลล์สมอง เทคนิคการรักษาด้วยแสงอินฟราเรดถูกคิดค้นขึ้นครั้งแรกเพื่อรักษาโรคติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่โจมตีผิวหนังและระบบประสาททำให้ผู้ป่วยแสบปากและจมูกจากของเหลวคั่งอยู่ข้างใน ต่อมาทีมวิจัยประยุกต์เทคนิคมาใช้รักษาอัลไซเมอร์ และศึกษาประสิทธิภาพพบว่ามันสามารถกระตุ้นการเติบโตของเซลล์สมอง และยังอาจปรับไปใช้รักษาอาการอย่างอื่นได้อีก จากการทดสอบโดยใช้รังสีอินฟราเรดกับผู้ป่วยสมองเสื่อม9 ราย พบว่า 8 รายมีพัฒนาการความจำดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การปล่อยคลื่นรังสีอินฟราเรดจำเป็นต้องปล่อยผ่านศีรษะเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย นักวิจัยจึงพัฒนาหมวกสวมคล้ายหมวกันน็อกต่อเข้ากับชุดปล่อยคลื่นอินฟราเรด ใช้สวมรักษาวันละ 10 นาที ร่างกายประกอบด้วยเซลล์จำนวนมหาศาลเมื่ออายุมากขึ้น ความสามารถซ่อมแซมและเพิ่มจำนวนเซลล์จะลดลงโดยปริยาย เห็นได้จากความเหี่ยวย่นตามผิวหนัง หากเกิดบริเวณสมองทำให้สูญเสียความจำ ขั้นรุนแรงอาจพูดไม่ได้เลย
ที่มา : คมชัดลึก พุธที่ 30 ม.ค. 2551 http://www.komchadluek.net/
วิทยุจิ๋วกว่าเม็ดทรายฟังรายงานจราจร
นักวิจัยสหรัฐใช้องค์ความรู้ด้านนาโนเทคโนโลยีทำวิทยุทรานซิสเตอร์จิ๋วเล็กกว่าเม็ดทรายไม่ใช่แค่ฟังรายงานการจราจรเท่านั้น ประโยชน์ที่แท้จริงเห็นจะตกอยู่กับวงการอิเล็กทรอนิกส์ วิทยุจิ๋วทำจากท่อคาร์บอนนาโนนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ คิดค้นภาคขยายเสียง วิทยุจิ๋วเครื่องนี้เล็กจนต้องส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์ ซึ่งเป้าหมายไม่ได้อยู่แค่เป็นวิทยุรับคลื่นสถานีเท่านั้น แต่เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า ท่อคาร์บอนนาโนสามารถใช้เป็นสารกึ่งตัวนำประสิทธิภาพสูงได้ ท่อคาร์บอนนาโน เป็นเส้นคาร์บอนขนาดเล็กข้างในกลวงเหมือนท่อมีทั้งชนิดที่ผนังเดี่ยวและผนังซ้อนสองชั้น บางกว่าเส้นผมปกติถึงแสนเท่า สามารถนำมาซ้อนทำเป็นสารกึ่งตัวนำ (เหมือนกับซิลิกอน) ทำแผงวงจร หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้ วิทยุขนาดอะตอมเครื่องนี้ประกอบด้วยตัวขยายความถี่วิทยุสองตัว ตัวผสมคลื่นความถี่วิทยุ และภาคขยายเสียง ส่วนประกอบทั้งหมดทำจากท่อคาร์บอนนาโน เมื่อลองนำหูฟังขนาดปกติทั่วไปมาต่อเข้ากับทรานซิสเตอร์ตัวขับเสียงทำจากท่อคาร์บอนนาโนเช่นกัน พร้อมกับต่อสายอากาศขนาดปกติ ทีมงานสามารถรับฟังสถานีวิทยุรายการหนึ่ง และรับสัญญาณรายงานสภาพจราจรได้ด้วย

ที่มา : คมชัดลึก พฤหัสบดีที่ 31 ม.ค. 2551 http://www.komchadluek.net/
ญี่ปุ่นขุดดวงจันทร์หาพลังงาน ตั้งฐานผลิตไฟฟ้ายิงคลื่นป้อนโลก
ศ.โยชิกาวา คิโยชิ หัวหน้าฝ่ายสนับสนุนและส่งเสริมการวิจัย มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้เพิ่มโอกาส ที่จะดึงแหล่งพลังงานจากนอกโลกใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตพลังงานบนพื้นโลก โดยในปี 2558 รัฐบาลญี่ปุ่นมีโครงการจัดตั้งสถานีอวกาศพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อจะมีอุปกรณ์รับแสงอาทิตย์ความเข้มข้นสูง ก่อนที่จะส่งผ่านคลื่นไมโครเวฟมายังสถานีภาคพื้นดินบนโลก ในการนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป นอกจากแหล่งพลังงานจากดวงอาทิตย์และดวงจันทร์แล้วมหาวิทยาลัยเกียวโตยังวิจัยเลียนแบบปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชั่น ที่เกิดบนดวงอาทิตย์ โดยใช้ดิวโทเรียมจากพลังน้ำ พบว่าพลังงานที่ได้มีประสิทธิภาพสูงเหมือนกับปฏิกิริยาจากปรมาณู แต่ไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม ารใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังงานนอกโลกรวมถึงพลังน้ำต้องอาศัยความพร้อมของความรู้ทางวิศวกรรม สภาพแวดล้อมและเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ คาดว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อย 15 ปีในการศึกษา แหล่งพลังงานจากนอกโลกที่ประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นเจ้าแห่งเทคโนโลยีนำเสนอนี้ ต้องอาศัยทุนวิจัยก้อนใหญ่จึงจะสำเร็จ ฉะนั้น หากประเทศมหาอำนาจร่วมมือร่วมใจให้การสนับสนุน เชื่อว่าประเทศขนาดเล็กอย่างไทย ก็มีโอกาสเข้าถึงองค์ความรู้ดังกล่าว
ที่มา : คมชัดลึก พฤหัสบดีที่ 31 ม.ค. 2551 http://www.komchadluek.net/
เอ็มเทคหนุนใช้ไบโอดีเซลคิดชุดตรวจคุณภาพน้ำมันที่ใช้ง่ายราคาถูก
ดร.อ้อยใจทองเฌอ นักวิจัยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า เอ็มเทคพัฒนาชุดตรวจคุณภาพไบโอดีเซล ที่ใช้ง่าย ราคาถูก และทราบผลเร็ว แทนการส่งตัวอย่างไปตรวจในห้องปฏิบัติ ถือเป็นการสร้างมาตรฐานให้เชื้อเพลิงไบโอดีเซลในประเทศ เชื้อเพลิงไบโอดีเซลผลิตจากพืชน้ำมันเช่น ปาล์ม ละหุ่ง สบู่ดำ รวมถึงน้ำมันพืชใช้แล้ว ที่นำมาผ่านกระบวนการทางเคมีให้มีสมบัติใกล้เคียงน้ำมันดีเซล ปัจจุบันมีการผลิตน้ำมันไบโอดีเซลในระดับครัวเรือนและระดับชุมชนอย่างแพร่หลาย โดยใช้เครื่องหีบน้ำมันขนาดเล็ก จนถึงเครื่องผลิตขนาดใหญ่ ขณะที่ไบโอดีเซลที่ผลิตได้ในระดับชุมชน ยังขาดการตรวจสอบและรับรองคุณภาพ นักวิจัยเอ็มเทคศึกษาหาสารละลายที่ใช้วัดระดับความหนืดเพียงเทตัวอย่างน้ำมันไบโอดีเซลลงในหลอดทดลอง จากนั้นหย่อนเม็ดพลาสติกลงไป แล้วดูว่าเม็ดพลาสติกจม หรือลอยอยู่ในระดับเท่าไร ก็นำค่าที่ได้มาเปรียบเทียบกับตารางมาตรฐาน ส่วนการทดสอบค่าความเป็นกรด ใช้วิธีเดียวกับข้างต้น เพียงแต่เปลี่ยนสารละลายเป็นตัวใหม่ แล้วสังเกตสีที่เปลี่ยนแปลงและอ่านค่าตามที่กำหนด เช่นกัน ปัจจุบันทีมวิจัยกำลังพัฒนาชุดทดสอบคุณภาพไบโอดีเซลในด้านอื่นๆเช่น ระดับน้ำและตะกอน จุดวาบไฟ ค่ากำมะถัน และไอโอดีน เป็นต้น หากพัฒนาสำเร็จจะส่งเสริมให้มีการตรวจสอบคุณภาพน้ำมันมากขึ้น ทั้งนี้ การวิจัยโดยเอ็มเทคร่วมกับกรมอู่ทหารเรือ พิสูจน์ชัดแล้วว่าไบโอดีเซลที่มีคุณภาพ ไม่ส่งผลกระทบต่อเครื่องยนต์
ที่มา : คมชัดลึก ศุกร์ที่ 1 ก.พ. 2551 http://www.komchadluek.net/
วัคซีนใหม่หยอดใต้ลิ้นเอาใจคนกลัวเข็มฉีดยา
ดร.มินา ควอน จากสถาบันวัคซีนระหว่างประเทศในเกาหลีใต้ และทีมงาน ประสบความสำเร็จในการทดลองกับหนู ถึงการให้วัคซีนแบบหยอดใต้ลิ้นแทนวิธีการฉีด โดยวัคซีนที่ใช้เป็นวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ผลการศึกษาพบว่าการหยอดวัคซีนเหลวราว 2-3 หยดไว้บริเวณใต้ลิ้น จะทำให้วัคซีนเข้าถึงโดยตรงต่อเยื่อโพรงจมูก และทำให้เกิดการตอบสนองทั้งในเนื้อเยื่อทั่วร่างกาย รวมถึงระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเองด้วย ทั้งนี้บรรดานักวิจัยต่างๆ ได้ศึกษาถึงวิธีการให้วัคซีนแบบอื่นๆ ที่ดีกว่าวิธีฉีดในปัจจุบันมานานแล้ว โดยวิธีที่ทำการศึกษาไล่ตั้งแต่การให้ทางปากไปจนถึงการสูดดมเข้าไป แต่ยังไม่มีวิธีใดที่ประสบความสำเร็จ ดร.เซวิล เซอร์คินสกี้ รองผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายห้องทดลองวิทยาศาสตร์ของสถาบันวัคซีนระหว่างประเทศ ระบุว่า หากงานวิจัยชิ้นนี้ประสบความสำเร็จในการทดลองกับคน ก็อาจนำไปสู่การพัฒนาวัคซีนไข้หวัดใหญ่โฉมใหม่ ที่ไม่ต้องอาศัยเข็มฉีดยาอีกต่อไป นอกจากจะใช้กับวัคซีนไข้หวัดใหญ่แล้ว ยังรวมถึงวัคซีนป้องกันโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ

ที่มา : คมชัดลึก ศุกร์ที่ 1 ก.พ. 2551 http://www.komchadluek.net/


ข่าวทั่วไป
ผลิตเสื้ออาบสมุนไพรอายุรเวช แก้นอนไม่หลับกับโรคผิวหนัง
นายราชัน เคย์ ผู้เป็นหัวหน้าโครงการอายุรเวช อันเป็นตำรับยาแผนโบราณของอินเดียเก่าแก่ กล่าวถึง เสื้อผ้าอาบยาสมุนไพร ที่ได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษ ได้แก่แบบที่ใส่แล้วแก้คันและผิวหนังอักเสบ ผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับจะเอาไปใช้รองนอน ว่า
ได้เลือกยาที่ผลิตขึ้นตามตำรับตำราแพทย์อายุรเวช ไว้ประมาณ 28 ขนานด้วยกัน เพื่อเอามาใช้อาบผ้า ที่จะนำไปใช้ตัดเสื้อผ้าชุดนอน ส่วนผ้าที่ใช้ตัดเสื้อ เพื่อแก้โรคผิวหนัง มักจะใช้ย้อมครามผสมกับขมิ้น” และเปิดเผยว่า เสื้อผ้าชุดที่กำลังขายดีอีกชุดหนึ่ง เป็นเสื้อผ้าที่สวมใส่แล้วมีสรรพคุณช่วยระงับประสาท ของผู้ที่เหนื่อยล้าเพราะความเครียดจากการทำงาน โดยเฉพาะพวกพนักงานให้คำปรึกษาเรื่องไอที ที่เมืองบังกะลอร์ ที่อยู่ใกล้เคียง
ที่มา : ไทยรัฐ จันทร์ที่ 28 ม.ค. 2551 http://www.thairath.co.th
5 วิธีช็อปปิ้งออนไลน์ปลอดภัย
ไอบีเอ็ม(ประเทศไทย) ประชาสัมพันธ์ข้อแนะนำ 5 ประการ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการช็อปปิ้งออนไลน์ โดยประการแรกแม้จะมีรูปกุญแจปรากฏที่ด้านล่างของบราวเซอร์ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัย ทั้งนี้ การเข้าหน้าเว็บไซต์ที่ต้องใส่ชื่อ ข้อมูลส่วนตัวรวมทั้งข้อมูลบัตรเครดิต ต้องแน่ใจว่า URL address ในหน้านั้นต้องขึ้นต้นด้วย https เท่านั้น กรณีที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์นั้นๆให้ดับเบิลคลิกที่ไอคอนรูปกุญแจด้านล่างของบราวเซอร์ เพื่อดูว่ามีรายละเอียดเกี่ยวกับประกาศนียบัตรทางด้านความปลอดภัยหรือไม่ และประกาศนียบัตรนั้นเป็นของเว็บไซต์นั้นจริงหรือเปล่า 2. ไม่ใช้ "บัตรเดบิต" ในการซื้อของผ่านทางออนไลน์ ในการซื้อของผ่านทางออนไลน์ การใช้บัตรเครดิตจะมีข้อได้เปรียบกว่าการใช้บัตรเดบิต ตรงที่เจ้าของบัตรสามารถร้องเรียนกับธนาคารเจ้าของบัตรได้ 3.อย่าคลิก link ที่มากับอีเมล ที่ดูเหมือนว่าจะส่งมาจากร้านค้าออนไลน์ ในช่วงใกล้เทศกาลสำคัญ แต่หากต้องการเข้าเว็บไซต์จาก link ที่แนบมากับอีเมล ขอแนะนำให้เปิดบราวเซอร์ขึ้นมาใหม่ และนำ URL address นั้นมาพิมพ์ที่ช่องใส่ URL ด้วยตัวเอง แต่ในกรณีที่ URL address ยาวมาก อาจใช้วิธีพิมพ์โดเมนเนมของเว็บไซต์นั้น และคลิก link ที่ต้องการจะเข้าจากหน้า Home ของเว็บไซต์นั้นๆ แทน 4.ถ้าเริ่มไม่ไว้ใจเว็บไซต์นั้น หรือเริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลกับข้อเสนอที่ให้มา ให้เปลี่ยนไปเข้าเว็บอื่นแทน และประการสุดท้ายควรระมัดระวังการให้ข้อมูลส่วนตัว โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวกับการจ่ายเงิน
ที่มา : คมชัดลึก อังคารที่ 29 ม.ค. 2551 http://www.komchadluek.net/
สบู่อินทรีย์เก็บนานไม่หืน อิตาลีรับประกันปลอดเคมี%
นางปรภาอุรพีพัฒนพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เชียงใหม่ ออร์แกนิค แอนด์ สปา จำกัด กล่าวว่า บริษัทนำร่องทำธุรกิจผลิตสบู่จากวัตถุดิบที่มีอยู่ในธรรมชาติแบบปลอดสารเคมีในรูปแบบ"สบู่อินทรีย์" ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทย การผลิตสบู่ทั่วไปจำเป็นต้องใช้สารเคมีเป็นส่วนผสมเพื่อช่วยในการขึ้นรูปสบู่ให้แข็งตัวและจับกันเป็นก้อน ขณะที่บริษัทพัฒนาเทคนิคขึ้นรูปสบู่ใหม่ โดยหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งกรรมวิธีดังกล่าวอยู่ระหว่างการยื่นขอจดสิทธิบัตร บริษัททดลองผลิตสบู่อินทรีย์จากส่วนผสมหลัก12 ชนิด เช่น ข้าวหอมนิล มะพร้าว และรำข้าว เป็นต้น โดยส่วนผสมอื่นๆ เช่น น้ำมันมะพร้าวสกัดแบบบีบเย็น ไม่ผ่านความร้อนและไขมันที่สกัดจากพืช โดยวัตถุดิบทั้งหมดเพาะปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ หรือไม่ใช้ยาฆ่าแมลง สบู่อินทรีย์แตกต่างจากสบู่สมุนไพรทั่วไปซึ่งยังคงมีส่วนผสมของสารเคมี ไม่สามารถเก็บไว้นานเกิน 1-2 ปี หลังจากนั้นจะส่งกลิ่นเหม็นหืน ขณะที่สบู่อินทรีย์ไม่เหม็นหืน แถมเนื้อฟองละเอียดคล้ายครีม
ที่มา : คมชัดลึก อังคารที่ 29 ม.ค. 2551 http://www.komchadluek.net/
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั่งนายกฯ "สมัคร"ขอพิสูจน์ฝีมือ
พระบรมราชโองการฯโปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชนเป็นนายกฯ ณ บ้านพักหมู่บ้านโอฬาร ซอยนวมินทร์ 81 ว่า มีความคึกคักตั้งแต่เช้า โดยนายสมัครได้นำซุ้มอาหารหลายซุ้มาจัดเลี้ยง และจากนั้นส.ส.พรรคพลังประชาชน และอดีตส.ส.สอบตกนับร้อยคนทยอยเดินทางมาร่วมงานในวันนี้ โดยใช้รถส่วนตัวและรถบัสของพรรค
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ พุธที่ 30 ม.ค. 2551 http://www.bangkokbiznews.com
เกมคอมพ์ช่วยผู้สูงวัยออกกำลังกาย
เครื่องเล่นเกม"วี" ของนินเทนโด ผู้ผลิตเครื่องเล่นและเกมคอมพิวเตอร์ชื่อดัง เป็นรุ่นที่นิยมกันมากในหมู่คนสูงวัยในเมืองไรเดอร์วู้ด สหรัฐ เนื่องจากเครื่องเล่นเกมรุ่นนี้ใช้อุปกรณ์ควบคุมเกมแบบไร้สาย ซึ่งผู้เล่นจะต้องแสร้งถือทำเป็นว่ากำลังใช้อุปกรณ์กีฬาอยู่ เช่น ใช้เหวี่ยงแทนลูกโบว์ลิ่ง หรือแทนไม้กอล์ฟ ช่วยให้คนสูงอายุเล่นได้สะดวกขึ้น แถมได้ขยับร่างกายด้วย อีเลนฟาวเลอร์ คุณยายวัย 82 ปี ถูกยกให้เป็นเซียนเกมตัวยง แม้วันนี้เธอต้องอาศัยเก้าอี้รถเข็นติดมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยพาเดินทางไปไหนมาไหน และไม่สามารถไปโยนโบว์ลิ่งจริงๆ ได้อีกแล้ว แต่คุณยายอีเลน บอกว่า สนุกมากและชอบเกมคอมพ์ "โยนโบว์" เอามาก โดยเฉพาะเวลาทำ "สไตรค์และสแปร์" เพียงแค่คุณยายเหวี่ยงรีโมทคอนโทรลให้เหมือนกับโยนลูกโบว์ลิ่งเท่านั้น เมื่อไม่นานมานี้วารสารบริทิช เมดิคอล รายงานว่า คนที่ปรารถนาจะลดหุ่นให้เพรียวและกระชับ สามารถใช้เล่นเกมคอมพิวเตอร์ออกกำลังกายแทนได้เหมือนกัน แต่ต้องทำอย่างจริงจัง เพราะคอนโซลที่ใช้ควบคุมเกมออกแบบมาให้ช่วยขยับแข้งขยับขาท่าพื้นฐานได้พอตัว
ที่มา : คมชัดลึก พุธที่ 30 ม.ค. 2551 http://www.komchadluek.net/
ปลอกหมอนเคลือบกลิ่นกันยุงสินค้าแตกหน่อจากจีวรเคลือบสมุนไพรยุงเกลียด
นายวิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท คัฟเวอร์แนนท์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสิ่งทอกันยุง กล่าวว่า หลังจากพัฒนาสารเคลือบจีวรให้สามารถป้องกันยุงกัด และทดลองทำตลาดได้เกือบ 1 ปี พบกระแสตอบรับดีมาก ในปีนี้จึงเตรียมที่จะเจรจากับห้างเทสโก้ โลตัสและบิ๊กซี เพื่อวางจำหน่ายสินค้า รวมทั้งจะเปิดตลาดส่งออกไปต่างประเทศด้วย ผลิตภัณฑ์จีวรกันยุงนี้ผลิตโดยเคลือบสารสกัดระดับนาโนเมตรจากพืชกว่า 10 ชนิด ที่ส่งกลิ่นยุงเกลียด เช่น ตะไคร้ กะเพรา ขิง ข่า เป็นต้น ผ่านการรับรองคุณภาพจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เรียบร้อยแล้ว ว่าไม่เป็นอันตรายต่อผู้สวมใส่ รวมทั้งสามารถป้องกันยุงกัดได้จริงถึง 97 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอายุการใช้งานนานถึง 1 ปี หรือซักประมาณ 50 ครั้ง จากนั้นกลิ่นที่เคลือบจีวรจะเจือจางไปตามอายุการใช้งาน
ที่มา : คมชัดลึก พฤหัสบดีที่ 31 ม.ค. 2551 http://www.komchadluek.net/
กินอาหารนอกบ้าน 13 มื้อเหตุคนไทยอ้วนลงพุงอันดับหนึ่งในเอเชีย
.นพ.สมิงเก่าเจริญ กรรมการเครือข่ายคนไทยไร้พุง กล่าวว่าตั้งแต่ปี 2529-2547 ประเทศไทยมีคนอ้วนเพิ่มขึ้น 7.5 เท่า คาดว่าขณะนี้มีผู้ที่รูปร่างท้วมจนอ้วนถึง 10-12 ล้านคน หรือ 1 ใน 6ของคนไทยทั่วประเทศเป็นคนท้วมหรืออ้วน นำไปสู่โรคหัวใจ เบาหวาน หลอดเลือดสมอง ที่อยู่ใน 3 ใน 10 อันดับ อันดับการเสียชีวิตของคนไทย
ปัจจัยหลักที่ทำให้คนไทยมีน้ำหนักเกินเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการบริโภค โดยเฉพาะการรับประทานอาหารนอกบ้าน อาหารจานด่วนที่บริการส่งถึงบ้าน รวมทั้งอาหารสำเร็จรูป จากข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทยล่าสุดพบว่า คนไทยรับประทานอาหารนอกบ้านอาทิตย์ละ 13 มื้อ สูงกว่าสิงคโปร มาเลเซีย เป็นอันดับหนึ่งของประเทศในแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ คนกรุงเทพฯมากที่สุด ส่วนคนอีสานนิยมรับประทานอาหารที่ปรุงเองมากที่สุด
ที่มา : คมชัดลึก ศุกร์ที่ 1 ก.พ. 2551 http://www.komchadluek.net/
กินอาหารนอกบ้าน 13 มื้อเหตุคนไทยอ้วนลงพุงอันดับหนึ่งในเอเชีย
.นพ.สมิงเก่าเจริญ กรรมการเครือข่ายคนไทยไร้พุง กล่าวว่าตั้งแต่ปี 2529-2547 ประเทศไทยมีคนอ้วนเพิ่มขึ้น 7.5 เท่า คาดว่าขณะนี้มีผู้ที่รูปร่างท้วมจนอ้วนถึง 10-12 ล้านคน หรือ 1 ใน 6ของคนไทยทั่วประเทศเป็นคนท้วมหรืออ้วน นำไปสู่โรคหัวใจ เบาหวาน หลอดเลือดสมอง ที่อยู่ใน 3 ใน 10 อันดับ อันดับการเสียชีวิตของคนไทย
ปัจจัยหลักที่ทำให้คนไทยมีน้ำหนักเกินเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการบริโภค โดยเฉพาะการรับประทานอาหารนอกบ้าน อาหารจานด่วนที่บริการส่งถึงบ้าน รวมทั้งอาหารสำเร็จรูป จากข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทยล่าสุดพบว่า คนไทยรับประทานอาหารนอกบ้านอาทิตย์ละ 13 มื้อ สูงกว่าสิงคโปร มาเลเซีย เป็นอันดับหนึ่งของประเทศในแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ คนกรุงเทพฯมากที่สุด ส่วนคนอีสานนิยมรับประทานอาหารที่ปรุงเองมากที่สุด
ที่มา : คมชัดลึก ศุกร์ที่ 1 ก.พ. 2551 http://www.komchadluek.net/
ศูนย์สมุนไพร
สำนักงานข้อมูลสมุนไพรมหาวิทยาลัยมหิดล จัดทำเว็บไซต์รวบรวมข้อมูลสมุนไพรกว่า 100 ชนิด ทั้งในไทยและต่างประเทศ เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจศึกษาและใช้งานพืชสมุนไพร โดยแต่ละหัวข้อได้อธิบายถึงสรรพคุณของพันธุ์ไม้สมุนไพรแต่ละชนิด รวมทั้งการอ้างอิงถึงผลการศึกษาวิจัยที่เชื่อได้ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลความรู้ที่ถูกต้อง www.medplant.mahidol.ac.th แบ่งเป็นฐานข้อมูลสมุนไพรสาธารณสุขมูลฐานฐานข้อมูลสรรพคุณที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาอนุญาตให้ขึ้นทะเบียน ฐานข้อมูลสมุนไพรที่ใช้ในผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์ ฐานข้อมูลความปลอดภัยของสมุนไพรที่ขึ้นทะเบียนยาแผนโบราณ ข่าวความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับสมุนไพรและพืชที่เป็นพิษ นอกจากนี้ ยังมีมุมการ์ตูนสมุนไพรที่สามารถคลิกเปิดอ่านได้เสมือนเปิดหนังสือด้วยมือจริงๆ
ที่มา : คมชัดลึก ศุกร์ที่ 1 ก.พ. 2551 http://www.komchadluek.net/



 

About Us | Staff | Vision | Policy | Holiday | Statistic |

The Library of King Mongkut's University of Technology Thonburi
Tel. 0-2470-8211, Fax 0-2470-8212, info@lib.kmutt.ac.th