Directories :
ค้นหาจาก Web OPAC
ประเภท
คำค้น
 
HIGHLIGHT SERVICES
3Kings
e-Learning
Science&Tech for Kids
Scientific Game
R&D Journal
New Book
Sufficiency Economy
Customized Service
Book Order Request
Suggestion
Request Library Tour



What's happen @KMUTT Library?


Join us
   

Ask Librarian ให้บริการวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 9.00 - 17.00 น.

   Library Newsletter
   ประชาสัมพันธ์สำนักหอสมุด
   Digital News
   ข่าวสาร และสาระน่ารู้
 


ข่าวสารทั่วไป เทคโนโลยี การศึกษา และงานวิจัย
เลือกปีที่ต้องการ : แสดงรายการของปีที่ 8 (2550)
เลือกฉบับที่ต้องการ : ฉบับย้อนหลัง | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 | 35 | 36 | 37 | 38 | 39 | 40 | 41 | 42 | 43 | 44 | 45 | 46 | 47 | 48 | 49 | 50 | 51 | 52 | 53 |
รายการฉบับที่ 21
ประจำวันที่ 21 พฤษภาคม 2550


ข่าวการศึกษา
ทัพครูจีน600คนเดินทางถึงไทย 21พ.ค.นี้ สอนภาษาจีนให้เด็กไทย
จากการที่กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ได้ตระหนักถึงความสำคัญและจำเป็นของการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ซึ่งสาธารณรัฐประชาชนจีน นับวันจะมีบทบาทและมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจของโลก ในส่วนของประเทศไทยในอนาคตจะต้องมีการพึ่งพาและการแข่งขันในเรื่องของการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ความจำเป็นต้องใช้ภาษาจีน ในการติดต่อสื่อสารร่วมมือทางการค้า เศรษฐกิจ และเพื่อใช้ในภาคบริการต่าง ๆ ของสังคม ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยขาดแคลนและมีความต้องการผู้มีความรู้ความสามารถด้านภาษาจีนจำนวนมาก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จึงได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับความต้องการและก้าวสู่มาตรฐานอันเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยในปี 2550 สาธารณรัฐ ประชาชนจีนได้ให้ความร่วมมือและช่วยเหลือประเทศไทยในการจัดหาครูอาสาสมัครจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ของจีนเพื่อมาสอนภาษาจีนในสถานศึกษาต่าง ๆ ประจำปีการศึกษา 2550 จำนวน 600 คน ให้ทุนครูไทยไปอบรมที่ประเทศจีนประมาณ 300 คน และทุนดูงานสำหรับผู้อำนวยการโรงเรียนและอธิการบดีอีกประมาณ 200 คน
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ จันทร์ที่ 21 พ.ค. 2550 http://www.bangkokbiznews.com
เด็กไทยคว้า 8 เหรียญทองแดง เวทีคอมพฯ โอลิมปิกเอเชียฯ
น.ส.นารี วงศ์สิโรจน์กุล รองผอ.สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เผยว่า ในการแข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิกเอเชียแปซิฟิกครั้งที่ 1 จัดโดยประเทศออสเตรเลียเมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งประเทศไทยได้จัดการสอบแข่งขันขึ้นที่ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้น ผลการแข่งขันพบว่ามีนักเรียนไทยเข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 60 คน โดยมีผู้แทนนักเรียนไทยได้เหรียญทองแดงทั้งหมด 8 คน การแข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิกเอเชียแปซิฟิกเป็นการแข่งขันการเขียนโปรแกรมระดับมัธยมศึกษาระหว่างนักเรียนในภูมิภาคริมฝั่งแปซิฟิกด้านตะวันตกและเอเซียใต้ โดยมีประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขันได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน มาเก๊า ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และ ไทย ลักษณะการแข่งขันเป็นการเขียนโปรแกรมเพื่อแก้ปัญหาทั่วๆไปโดยใช้ขั้นตอนวิธีทางคอมพิวเตอร์ โดยจะมีโจทย์ให้ 3 ข้อในเวลา 5 ชั่วโมง ในการแข่งขันผู้เข้าแข่งขันในแต่ละประเทศจะมีได้ไม่เกิน 100 คน โดยผู้ที่เป็นผู้แทนอย่างเป็นทางการจะเป็นผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 6 คนแรกของประเทศนั้น การแข่งขันในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการกระตุ้นให้นักเรียนได้ทราบถึงศักยภาพของตนในทักษะของการแก้ปัญหาด้วยคอมพิวเตอร์ และยังเป็นการเตรียมทีมเพื่อเข้าแข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิกระดับนานาชาติ ที่ประเทศโครเอเชีย ในเดือน ส.ค.ที่จะถึงนี้

ที่มา : ผู้จัดการ จันทร์ที่ 21 พ.ค. 2550 http://www.manager.co.th
เด็กลังเลต่อเอกชน-ราชภัฏ “วรากรณ์” ย้ำมีทุนกู้ยืมเรียน
วันที่ 21 พ.ค.50 นายวรากรณ์ สามโกเศศ รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผย ความคืบหน้าการเยียวยาผู้สมัครระบบกลางการรับนิสิต นักศึกษา หรือแอดมิชชัน ประจำปีการศึกษา 2550 ที่คะแนนแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) ไม่เข้าเกณฑ์หรือกลุ่มเด็กซิ่ล ว่าเท่าที่รับรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ทราบว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เด็กส่วนใหญ่มีที่เรียนเกือบหมด ส่วนที่มีข่าวว่านักเรียนบางคนยังไม่มีที่เรียนนั้น จริงๆ แล้วเด็กทุกคนต้องมีที่เรียน แต่ที่ยังไม่มีที่เรียนคงจะเป็นเพราะเลือกหรือที่เรียนยังไม่ถูกใจ แต่เชื่อว่าอีก 1 สัปดาห์ก่อนที่มหาวิทยาลัยต่างๆ จะเปิดนั้นเด็กถูกทุกคนคงจะต้องตัดสินใจเลือกที่เรียนและมีที่เรียนกันทุกคน เรื่องของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เด็กลังเลที่จะเลือกเรียนที่ไหน จึงขอยืนยันว่าเด็กสามารถกู้ กยศ.แน่นอน เพียงแต่ต้องมีคุณสมบัติตรงตามที่ กยศ.กำหนดไว้
ที่มา : สยามรัฐ อังคารที่ 22 พ.ค. 2550 http://www.siamrath.co.th
เด็กไทยไม่โง่ วัดไอคิด"103"
การสำรวจระดับสติปัญญาของเด็กไทย โดยแก้ไขจุดสำคัญของการวิจัย และมีการแถลงผลการสำรวจไอคิวของเด็กไทยครั้งใหม่ เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ที่กรมสุขภาพจิต โดย นพ.วัลลภ ไทยเหนือ รมช. สาธารณสุข นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต และนายนพดล กรรณิกา ผอ.สำนักวิจัยเอแบคโพลร่วมแถลงว่า การสำรวจแบ่งเด็กเป็น 3 กลุ่ม คือ เด็กปฐมวัย 0-5 ปี เด็กวัยเรียน 6-12 ปี และเด็กวัยรุ่น 13-18 ปี เพื่อให้ทราบถึงข้อมูลและสถานการณ์ระดับสติปัญญาของเด็กไทยในภาพรวมอย่างเป็นทางการ เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาโครงการที่จะช่วยส่งเสริมสติปัญญาเด็กไทยให้ฉลาดและดำรงชีวิตอย่างมีความสุข โดยสุ่มตัวอย่างเด็กในประเทศไทยระดับอนุบาล-ประถมศึกษา ตั้งแต่อำเภอสะบ้าย้อย จ.สงขลา-จ.เชียงใหม่ และ กทม.รวม 15 จังหวัด จำนวน 7,391 คน พบว่า เด็กไทยมีระดับสติปัญญาหรือไอคิวเฉลี่ย 103.09 โดยกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 45.3 มีไอคิว 90-109 ถือว่าอยู่ในระดับปานกลาง รองลงมา ร้อยละ 18.3 อยู่ในระดับ 110-119 ถือว่า ฉลาด ส่วนไอคิวมากกว่า 120 ที่เป็นอัจฉริยะมีถึงร้อยละ 16.2 ส่วนระดับ 80-89 ที่เป็นปัญญาทึบ มีประมาณร้อยละ 12 โดยเด็กใน กทม.มีไอคิวเฉลี่ยสูงสุด 108.47 รองลงมา คือ ภาคอีสาน 104.05 ภาคเหนือ 103.71 ภาคกลาง 101.84 และภาคใต้ 98.66 นอกจากนี้ ยังพบว่าเด็กหญิงมีไอคิวเฉลี่ย 103.99 เด็กชายมี 102.3 นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงการสำรวจว่า พบเด็กมีไอคิวตั้งแต่ 110 ขึ้นไป ซึ่งจัดเป็นกลุ่มฉลาด มีมากกว่าร้อยละ 30 ในส่วนของเด็กที่มีไอคิวต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน กรมสุขภาพจิตจะนำข้อมูลที่สำรวจได้ประสานกับกระทรวงศึกษาธิการและชุมชน ในการกระตุ้นพัฒนาการและเพิ่มขีดความสามารถต่อไป
ที่มา : ไทยรัฐ อังคารที่ 22 พ.ค. 2550 http://www.thairath.co.th
สนับสนุนการสอนภาษาจีนในไทย สพฐ.ทำแผนส่งบุคลากรไปจีนนับร้อย
คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.)เปิดเผยถึงบทบาทของภาษาจีนกับการศึกษาไทย ว่ากระทรวงศึกษาธิการได้ตระหนักถึงความสำคัญและจำเป็นของการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว เพราะสาธารณรัฐประชาชนจีน นับวันจะมีบทบาทและมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจของโลก ซึ่งในส่วนของประเทศไทยในอนาคตจะต้องมีการพึ่งพาและการแข่งขันในเรื่องของการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว จึงมีความจำเป็นต้องใช้ภาษาจีน ในการติดต่อสื่อสารร่วมมือทางการค้า เศรษฐกิจ และเพื่อใช้ในภาคบริการต่าง ๆ ของสังคม สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จึงได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับความต้องการและก้าวสู่มาตรฐานอันเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยในปี 2550 สาธารณรัฐ ประชาชนจีนได้ให้ความร่วมมือและช่วยเหลือประเทศไทยในการจัดหาครูอาสาสมัครจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ของจีนเพื่อมาสอนภาษาจีนในสถานศึกษาต่าง ๆ ประจำปีการศึกษา 2550 จำนวน 600 คน และให้ทุนครูไทยไปอบรมที่ประเทศจีนประมาณ 300 คน นอกจากนี้ยังมีทุนดูงานสำหรับผู้อำนวยการโรงเรียนและอธิการบดีอีกประมาณ 200 คนอีกด้วย
ที่มา : แนวหน้า พฤหัสบดีที่ 24 พ.ค. 2550 http://www.naewna.com/
เจอต้นตอ ประเทศสูญเงินเป็นร้อยล้าน จ่ายเงินทุนให้ไปเรียนแล้วไม่นำมาทำประโยชน์
ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยถึงความสูญเสียของนักเรียนทุนความสามารถพิเศษ ว่า ศธ.ได้มีการผลิตนักเรียนทุนในโครงการส่งเสริมการผลิตครูที่มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (สควค.)ซึ่ง โครงการดังกล่าวมีนักเรียนทุนรุ่นแรกจบการศึกษาตั้งแต่ปี 2546 รุ่นละประมาณ 580 คน แต่เนื่องจาก ศธ. ไม่มีอัตรากำลังว่างที่จะสงวนไว้บรรจุนักเรียนทุกดังกล่าวได้ทั้งหมด ทำให้ต้องสูญเสียนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษเหล่านี้ไป เพราะตามสัญญาระบุไว้ว่าหากไม่บรรจุให้ภายใน 1 ปี นักเรียนทุนสามารถที่จะหางานอื่นทำได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ทุนให้รัฐ ทั้งที่แต่ละปีต้องใช้เงินกว่า 100 ล้านในการสนับสนุนโครงการก่อนหน้านี้ โดยตลอดเวลา ศธ. ได้เคยเสนอเรื่องดังกล่าวไปยัง ครม.แล้ว แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ให้ ศธ. ไปสำรวจอัตราว่างที่มีอยู่ โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่มีอัตราว่างอยู่ประมาณ 7,500 มาบรรจุนักเรียนทุน สควค. แต่ ศธ.ตรวจสอบแล้วพบว่า อัตราดังกล่าวไม่มีอยู่จริง เพราะเป็นอัตราว่างที่เกิดจากการเกษียณอายุราชการในปี 2546-2548 ซึ่งถูกยุบเลิกอัตราหลังเกษียณไปบางส่วน ส่วนที่ได้คืนมาก็ใช้บรรจุครูใหม่แล้ว ในปีนี้ ครม.มีมติให้บรรจุครูที่มีความสามารถพิเศษนี้ได้ โดยมติ ครม.ดังกล่าวนี้จะมีผลกับนักเรียนทุนที่จะจบในปี 2550 นี้และจะมีผลผูกพันต่อเนื่องกับนักเรียนทุนทุกรุ่นด้วย ซึ่งจะทำการบรรจุไปยังโรงเรียนที่ขาดครูในสาขาวิชาคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ทั้งนี้ ครม.สั่งให้ไปศึกษาด้วยว่าในแต่ละปีควรจะให้บรรจุจำนวนเท่าใด แต่ก็ไม่ควรเกิน 500 คน
ที่มา : แนวหน้า พฤหัสบดีที่ 24 พ.ค. 2550 http://www.naewna.com/
เด็ก 1 ทุน 1 อำเภอ เจ๋งฉายแววยอดอัจฉริยะ ฝรั่งเศสหนุนศึกษาต่อเข้าคณะ “วิศวอิเล็กฯ”
วันที่ 23 พ.ค.50 ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายวิจิตร ศรีสอ้าน รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการทุนการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น หรือ โครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน เดิมได้มีการพิจารณาวาระสำคัญ คือ เนื่องจากนักเรียนในโครงการดังกล่าวในรุ่นที่ 1 คือ นายสุทธิชัย ใจติ๊บ นักเรียนจาก อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งได้เลือกเรียนไปศึกษาต่อที่สาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งในขณะนี้นายสุทธิชัย กำลังศึกษาในระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 2 คณะวิทยาศาสตร์เพื่อวิศวกรรม มหาวิทยาลัย Joseph Fourier-Grenoble 1 (หลักสูตร 3 ปี) และหลังจากนายสุทธิชัย เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยดังกล่าว ก็มีผลการเรียนเป็นอันดับหนึ่งของรุ่นมาโดยตลอด ทางมหาวิทยาลัยจึงต้องการส่งนายสุทธิชัย ไปเรียนต่อในระดับวิศวกรรมศาสตร์ชั้นสูง ในโรงเรียนวิศวกรรมชั้นสูง (Grandes Ecoles) มีเวลาเรียนตามหลักสูตร 5 ปี สำหรับโรงเรียนวิศวกรรมชั้นสูง (Grandes Eooles) เป็นระบบการศึกษาเฉพาะของสาธารณรัฐฝรั่งเศส สำหรับผู้ที่มีปัญญาเลิศเท่านั้น และจะสอนวิชาชีพเฉพาะชั้นสูงด้านรัฐศาสตร์ การบริหารธุรกิจ และวิศวกรรมศาสตร์ โดยมีเวลาเรียนตามหลักสูตร 5 ปี และเมื่อจบการศึกษาจะได้รับปริญญาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (Diploma in Engineer) อย่างไรก็ตามโรงเรียนดังกล่าวในแต่ละปีจะรับนักศึกษาหัวกะทิเพียง 50-300 คน โดยรับผู้ที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (Baccal vareat) โดยการสอบคัดเลือก ใช้เวลาศึกษา 5 ปี หรือรับนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ในระดับปริญญาตรี โดยการสอบคัดเลือก และพิจารณาจากผลการเรียนประกอบการสัมภาษณ์ จะใช้เวลาศึกษา 3 ปี
ที่มา : สยามรัฐ พฤหัสบดีที่ 24 พ.ค. 2550 http://www.siamrath.co.th
สกอ.ร่อนสาร์น “รับน้อง” สร้างสรรค์
นายกฤษณพงศ์ กีรติกร เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยว่า หลายปีที่ผ่านมากิจกรรมรับน้องใหม่ และประชุมเชียร์ในสถาบันอุดมศึกษา ได้สร้างความวิตกกังวลให้กับนิสิต นักศึกษาใหม่ ผู้ปกครอง ตลอดจนสาธารณชนทั่วไป เนื่องจากมีบางกิจกรรมไม่เหมาะสม ไม่สร้างสรรค์ บางกิจกรรมรุนแรงและก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตดังนั้น นายวรากรณ์ สามโกเศศ รมช.ศึกษาธิการ จึงได้มีหนังสือแสดงความห่วงใยมาถึงสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ให้เวียนแจ้งสถาบันอุดมศึกษาในสังกัด ช่วยกันดูแลประเพณีการต้อนรับน้องใหม่ และกิจกรรมประชุมเชียร์ให้อยู่ในกรอบประเพณีที่ดีงามที่ โดยเน้นจัดกิจกรรม ดังนี้ 1.คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ต้องไม่มีความรุนแรง หรือล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลทั้งร่างกายหรือจิตใจของน้องใหม่ 2.ให้จัดกิจกรรมโดยคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินทั้งของตนเองและของผู้อื่น ทั้งนี้ไม่ให้มีการจัดกิจกรรมนอกสถาบันอุดมศึกษา 3.ขณะจัดกิจกรรมไม่ให้มีการดื่มสุราและ/หรือของมึนเมาทุกชนิด และ 4.การจัดกิจกรรมควรเคารพในสิทธิของผู้อื่น พร้อมทั้งยึดมั่นในกฎ ระเบียบ และมารยาททางสังคม
ที่มา : สยามรัฐ พฤหัสบดีที่ 24 พ.ค. 2550 http://www.siamrath.co.th
มสธ.พร้อมให้ชื่อ713รร.เจอวุฒิการศึกษาปลอม
ดร.จรวยพร ธรณินทร์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่ ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สั่งการให้ถอนใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนเอกชนหากตรวจสอบพบว่ามีการปลอมวุฒิการศึกษาว่า ตนได้มอบหมายให้สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ทำหนังสือถึงมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) เพื่อขอรายชื่อ 713 โรงเรียนที่มีการระบุว่าปลอมวุฒิการศึกษา ซึ่งขณะนี้ สช.อยู่ระหว่างการดำเนินการ ศ.ดร.ปรัชญา เวสารัชช์ อธิการบดี ม.สุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวว่า โดยขั้นตอนเมื่อตรวจพบวุฒิปลอม ต้องแจ้งความเหมือนกันหมดทุกราย ไม่มีข้อยกเว้น สำหรับกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการจะขอรายชื่อโรงเรียน 713 แห่งที่ตรวจพบวุฒิการศึกษาปลอมนั้น ถ้า ศธ.ขอมา ทาง มสธ. ก็จะส่งให้ แต่เรื่องจะจัดการกับโรงเรียนนั้น ตนเชื่อว่าคงเป็นเรื่องยากเพราะปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานที่ดูแลทั้งระบบ แม้ว่ากระทรวงศึกษาธิ การจะดูแลโรงเรียนเอกชนโดยตรง แต่อำนาจในการสั่งปิดโรงเรียนในต่างจังหวัดก็เป็นของผู้ว่าราชการจังหวัด จึงเกิดการเกี่ยงกันไปมาอยู่อย่างนี้
ที่มา : เดลินิวส์ พฤหัสบดีที่ 24 พ.ค. 2550 http://www.dailynews.co.th
ฉะสถาบันที่ไม่มีความพร้อม ดันทุรังเปิดสอนวิชานิติศาสตร์
รศ.ดร.กำชัย จงจักรพันธ์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นประธานเปิดการเสวนาหัวข้อ “ทุจริตการสอบจ้างทำรายงาน : ค่านิยม/จริยธรรมในระบบการศึกษา” จัดโดยโครงการสตรีและเยาวชนศึกษา โดยกล่าวว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันยังมีนักศึกษาจำนวนหนึ่งไม่ทำวิทยานิพนธ์ด้วยตนเอง และไปจ้างคนอื่นทำ เพราะมีความต้องการเพียงปริญญาบัตร เพื่อเป็นใบเบิกทางในการประกอบอาชีพ ทั้งนี้ ด้านหนึ่งที่สังคมต้องช่วยกันคือ การมีค่านิยมที่ถูกต้อง แต่ด้านที่น่าเป็นห่วงมากกว่าคือ มหาวิทยาลัยต้องสำรวจตัวเองว่า ได้ส่งสัญญาณที่ผิดหรือไม่ เพราะบางสถาบันถึงขนาดรับประกันว่า โอกาสจบมีแน่นอน ถ้าสามารถมาลงทะเบียนเรียนได้ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้ หรือมาเรียนแล้วอย่างไรก็จบได้ ดังนั้น เป็น 2 ด้านที่ต้องช่วยกันคือ ผู้เรียนต้องมีทัศนคติที่ถูกต้อง มาเรียนเพื่อความรู้ไม่ใช่ปริญญาบัตร และมหาวิทยาลัยต้องถือหลักการสำคัญว่า การศึกษาไม่ใช่สินค้า ไม่ใช่ธุรกิจการศึกษา การศึกษาต้องเป็นการให้บริการสาธารณะ “ตัวอย่างคณะนิติศาสตร์ ก่อนมีแนวคิดเรื่องออกนอกระบบราชการ มีสถาบันการศึกษาที่เปิดสอนวิชานิติศาสตร์ไม่กี่แห่ง แต่ปัจจุบันมีสถาบันที่เปิดสอนมากมายจนแทบจะหาสถาบันที่ไม่เปิดไม่พบ ทั้งที่หลายแห่งไม่มีความพร้อม บางสถาบันมีอาจารย์ประจำเพียง 3 คน ก็เปิดและสอนนักศึกษาเป็น 100 คน ขณะที่วิชานิติศาสตร์เป็นวิชาหนึ่งในสังคมที่ผู้เรียนต้องมีความรู้ จึงสามารถนำไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ ถ้ารู้ไม่หมด ครึ่ง ๆ กลาง ๆ อันตรายมาก เหมือนกับแพทย์ไปรักษาคนแทนให้คนหายกลับเสียชีวิต และไม่แน่ใจว่าวิกฤติของบ้านเมืองที่เกิดขึ้น เป็นวิกฤตินักกฎหมายด้วยหรือไม่ ที่ออกไปตีความต่าง ๆ ”
ที่มา : ไทยรัฐ ศุกร์ที่ 25 พ.ค. 2550 http://www.thairath.co.th


ข่าววิทยาศาสตร์ / เทคโนโลยี
เยอรมนีสร้างพายุทอร์นาโดในห้องแล็บ
นักวิทยาศาสตร์เยอรมนีสร้างพายุทอร์นาโดขนาดจิ๋วในห้องแล็บ ช่วยให้เข้าใจลักษณะการก่อตัวของพายุมฤตยูได้มากขึ้น เล็งสร้างลูกใหญ่ขึ้นศึกษาการก่อตัวของทอร์นาโดยักษ์ นักวิจัยได้สร้างกล่องขนาดเล็กเพื่อศึกษาการระเหยตัวของหยดน้ำที่มีเม็ดพลาสติกโพลีสไตรีนขนาดจิ๋วอยู่ด้วย พวกเขาสังเกตเห็นว่า หยดน้ำต้องใช้เวลานานถึง 8 วัน ถึงจะระเหยจากพื้นผิวของจานรอง ช่วงที่เม็ดพลาสติกระเหยตัวทำให้เกิดผลึกคล้ายบ้าน "อิกกลู" ของชาวเอสกิโมทางแถบขั้วโลกเหนือ แต่มีเส้นผ่าศูนย์กลางราว 2.1 มิลลิเมตรเท่านั้น พายุทอร์นาโดจิ๋วเริ่มก่อตัวขึ้นใต้ผลึกอิกกลูในช่วงท้ายที่เม็ดพลาสติกระเหยตัว กระบวนการดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อความชื้นในกล่องสูงขึ้น และอุณหภูมิบนผลึกอิกกลูลดลงจากการระเหยของเม็ดพลาสติก
จากนั้นผลึกอิกกลูได้แตกออกเป็นหลายชิ้นพร้อมกัน ความชื้นข้างในทะลักกระจายออกไปทุกทางจนทำให้เกิดความเร็วลมและทิศทางลมภายในแตกต่างกัน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญทำให้เกิดพายุทอร์นาโด นักวิจัย กล่าวว่า กระบวนการที่ทำให้เกิดทอร์นาโดจิ๋วในห้องทดลองเป็นกระบวนการเดียวกับทอร์นาโดของจริง ลำดับต่อไป เขาวางแผนศึกษาทดลองสร้างทอร์นาโดลูกใหญ่กว่านี้ โดยใช้หยดน้ำและเม็ดพลาสติกขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจการก่อตัวของพายุทอร์นาโดของจริงที่มีขนาดใหญ่ได้ เม็ดพลาสติกโพลีสไตรีนมีสถานะเป็นของแข็งแต่สามารถระเหยได้เมื่อเจอความร้อน มักใช้เป็นส่วนประกอบในอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
ที่มา : คมชัดลึก จันทร์ที่ 21 พ.ค. 2550 http://www.komchadluek.net
เด็กเตรียมคว้ารางวัลวิทย์ระดับโลก
เด็กไทยไปสร้างชื่อด้านวิทยาศาสตร์ในงานระดับโลกครั้งนี้ ได้รับการเปิดเผยจากนางวราภรณ์ ถิรสินิ จากศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ว่า นักเรียนไทย 3 คน ได้แก่ นางสาวณัฐนรี ศิริวัน นายกรวิชญ์ นิยมเสถียร และนายณฐพล สุโภไควณิช จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ได้รับรางวัลที่ 1 ประเภททีมในการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์นานาชาติ Intel ISEF 2007 ณ เมืองแอลบูเกอร์กี (Albuquerque) รัฐนิวเม็กซิโก ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 13-19 พ.ค. 2550 โดยมีอาจารย์นิพนธ์ ศรีนฤมล จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และ ดร.วรินทร ชวศิริ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา โครงงานวิทยาศาสตร์ที่ทำให้นักเรียนไทยทั้ง 3 คนได้รับรางวัล คือ รูปแบบการหุบของใบไมยราบ ซึ่งนักเรียนทั้ง 3 คน ได้รับเงินรางวัล 3,000 เหรียญสหรัฐอเมริกา และยังได้รับรางวัลพิเศษ ได้เข้าร่วมงาน The European Union for Young Scientist ณ เมือง Valencia ประเทศสเปน ในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนระหว่างนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ และเป็นเวทีนำเสนอความสำเร็จสูงสุดในรอบปีของนักเรียนวิทยาศาสตร์จากกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่เด็กไทยจะได้เข้าร่วมในกิจกรรมนี้ นอกจากนั้น นักเรียนทั้ง 3 คนยังได้รับรางวัลจาก MIT Lincoln Laboratory ผู้ให้รางวัลจะนำชื่อนักเรียนผู้ได้รับรางวัลไปตั้งเป็นชื่อดาวเคราะห์น้อยด้วย
ที่มา : ไทยรัฐ อังคารที่ 22 พ.ค. 2550 http://www.thairath.co.th
นวัตกรรมใหม่ในการให้น้ำพืชใต้ดินแบบประหยัด
ดร.สุขทัย พงศ์พัฒนศิริ จากสำนักวิชาการเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร วิทยาเขตสารสนเทศพะเยา ต.แม่กา อ.เมือง จ.พะเยา โทร. 0-5446-6663 ต่อ 1730 ได้มีการค้นคว้าระบบอัตโนมัติและอุปกรณ์เพื่อการให้น้ำใต้ผิวดินแก่พืชโดยใช้เซรามิก โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อควบคุมการให้น้ำพืชอย่างมีประสิทธิภาพ และได้ทำการประดิษฐ์เซรามิกที่มีประสิทธิภาพในการอุ้มน้ำและควบคุมการปลดปล่อยน้ำแก่พืชบริเวณรากเป็น การให้น้ำแก่ต้นพืชโดยตรงแบบช้า ๆ ต้นไม้จะได้ รับน้ำอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาการเจริญเติบโต ลักษณะของหัวให้น้ำจะเป็นรูปเซรามิกทรงกลมที่มีส่วนของดินเหนียวที่นำมาจากเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง โดยพบว่าดินเหนียว จ.สุโขทัย มีลักษณะที่เหมาะสมคือลักษณะของดิน มีความคงตัวต่ำ ความพรุนสูงและมีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำ ขณะนี้ผลจากการทดลองการให้น้ำใต้ผิว ดินโดยใช้เซรามิกรูพรุนประสบความสำเร็จมากในกลุ่มไม้กระถางเพราะช่วยประหยัดเวลา ในแปลงทดลองช่วยลดการชะล้างของหน้าดิน เช่น พื้นที่การเกษตรเชิงเขา นอกจากนั้นผลจากการให้น้ำแบบนี้ยังช่วยลดปัญหาเรื่องวัชพืช, ลดการใช้สารกำจัดวัชพืช นับเป็นนวัตกรรมใหม่ในการให้น้ำในการปลูกพืชของประเทศไทย
ที่มา : เดลินิวส์ อังคารที่ 22 พ.ค. 2550 http://www.dailynews.co.th
ฟูจิตสึพร้อมขายกระดาษอิเล็กทรอนิกส์
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า บริษัท ฟูจิตสึ ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใหญ่ของญี่ปุ่น โชว์ต้นแบบกระดาษอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถพับ-งอได้ พร้อมใช้นิ้วกดสั่งงานผ่านหน้าจอแบบสัมผัสโดยไม่เลอะเทอะ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเกี่ยวกับอุปกรณ์การรับข้อมูลที่ฟูจิตสึพัฒนาขึ้น ชื่อ “Flepia” โดยสามารถรองรับเนื้อหาทั้งข่าวและบทความในหนังสือพิมพ์ได้ ด้วยการบันทึกข้อมูลผ่านเอสดีการ์ดความจุ 4 กิกะไบต์ คาดจะสามารถวางจำหน่ายได้ราวปลายปีนี้ นอกจากนี้ฟูจิตสึยังใช้กระดาษอิเล็ก ทรอนิกส์ หรือ Flepia ที่พัฒนาขึ้นเป็นส่วนประกอบหน้าจอของอุปกรณ์รับข้อมูลโทรศัพท์มือถือตัวใหม่ มีขนาดจอ 12 นิ้ว ใช้นิ้วสัมผัสฟังก์ชันการสั่งงานผ่านหน้าจอ แสดงผล 4,096 สีแบบ XGA ต่อเนื่อง โดยไม่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้า บันทึกข้อมูลด้วยเอสดีการ์ดความจุ 4 กิกะไบต์ และนำกระดาษอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวมาใช้เป็นหน้าจอของเครื่องโน้ตบุ๊กที่มีขนาดเล็กเท่าหนังสือ รุ่น “FMV-Lifebook U8240”
ที่มา : เดลินิวส์ อังคารที่ 22 พ.ค. 2550 http://www.dailynews.co.th
เยาวชนโครงงาน"ต้อยติ่ง"ตะลึงเซิร์ชชื่อตัวเองกลายเป็น "ดาวเคราะห์น้อย"
หลังจากที่องค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐ (นาซา) ได้ยกย่อง 3 เยาวชนไทยผู้ทำโครงงาน "การแตกตัวของฝักต้อยติ่ง" ที่คว้ารางวัลแกรนด์อะวอร์ด (Grand Award) จากการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ในงานอินเทลไอเซฟ (Intel International Science and Engineering Fair: ISEF) ที่สหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2549 ผ่านทางอินเทอร์เน็ต โดยนำชื่อของพวกเขาไปตั้งชื่อดาวเคราะห์น้อยที่ค้นพบใหม่ ทั้งนี้ชื่อดาวเคราะห์น้อยที่ค้นพบใหม่ได้เแก่ดาวเคราะห์น้อยหมายเลข 1998HH88 ตั้งชื่อว่า 21464 Chinaroonchai ตามชื่อของ ทนงศักร ชินอรุณชัย, ดาวเคราะห์น้อยหมายเลข 1998QE11 ตั้งชื่อว่า 21540 Itthipanyanan ตามชื่อของ สุขสันต์ อิทธิปัญญานันท์ และดาวเคราะห์น้อยหมายเลข 1999NR11 ตั้งชื่อ ว่า 21632 Suwanasri ตามชื่อของครองรัฐ สุวรรณศรี
ที่มา : ผู้จัดการ พุธที่ 23 พ.ค. 2550 http://www.manager.co.th
ทรัพย์ศรีไทยเปิดคลังเอกสารอัจฉริยะ
นายสัมฤทธิ์ ตันติดิลกกุล กรรมการผู้จัดการและกรรม การบริหาร บริษัททรัพย์ศรีไทยคลังสินค้า จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า SST smart storage เป็นบริการจัดเก็บเอกสารและข้อมูลแห่งแรกในเอเชีย ซึ่งได้ลงทุนทำคลังเอก สารใหม่ จำนวน 250 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการลงทุนในส่วนของเทคโนโลยีจำนวน 65 ล้านบาท ที่อำเภอพระประแดง สมุทรปราการ พื้นที่ 16,000 ตารางเมตร โดยเป็นคลังเอกสารแบบมาตรฐานและคลังแบบห้องมั่นคง ระบบการทำงานภายในคลังเอกสารใช้ระบบคอมพิวเตอร์และบาร์โค้ด ในการควบคุมเอกสารและข้อมูลของลูกค้า ตั้งแต่เริ่มการลงทะเบียน บรรจุเอกสารลงกล่อง จัดเก็บภายในคลังและระบบการค้นหาเอกสาร โดยมีหุ่นยนต์เทคโนโลยีสูงทำหน้าที่จัดเก็บและค้นหาเอกสาร หุ่นยนต์สามารถค้นหาเอกสารภายในคลังเอกสารขนาด 33 ชั้น จำนวน 120,000 กล่องได้ภายในเวลา 1 นาที นายนพดล ลีลาอารยสกุล ผู้จัดการฝ่ายคลังเอกสาร บริษัททรัพย์ศรีไทยคลังสินค้า จำกัด กล่าวว่า เทคโนโลยีที่ใช้เป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยที่สุดในเอเชีย ใช้หุ่นยนต์ทำหน้าที่จัดเก็บและค้นหาเอกสาร เป็นคลังระบบปิดไม่อนุญาตให้เข้าไปในคลังเอกสาร ส่วนห้องมั่นคงผนังห้องกันไฟนาน 3 ชั่วโมง มีระบบป้องกันการทรุดตัวและป้องกันความชื้นจากพื้นดิน
ที่มา : เดลินิวส์ พฤหัสบดีที่ 24 พ.ค. 2550 http://www.dailynews.co.th


ข่าววิจัย/พัฒนา
เจลล้างมือสูตรถนอมผิว มช.ดึงแกนปลาหมึกเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
ผศ.ดร.ภูริวัฒน์ ลี้สวัสดิ์ สายวิชาวิทยาศาสตร์เภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ร่วมกับบริษัทสยามเภสัช จำกัด พัฒนาเจลใสทำความสะอาดมือแบบไม่ใช้น้ำ โดยใช้ไคโตซานเป็นสารก่อเจล พร้อมทั้งผสมเม็ดบีดซึ่งเก็บกักวิตามินอีและเจลว่านหางจระเข้ เพื่อเพิ่มคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ในการรักษาความชุ่มชื้นของผิว ลดผลของแอลกอฮอล์ที่ทำให้ฝ่ามือแห้งและเกิดอาการแพ้ได้ง่าย ไคโตซานจากแกนปลาหมึก ให้เจลที่มีความหนืดมากสุด และมีลักษณะใส จึงเหมาะแก่การนํามาพัฒนาเป็นเจลล้างมือ ทั้งยังให้เม็ดบีดสามารถแขวนลอย และกระจายตัวอยู่ในเนื้อเจลได้ ส่วนเม็ดบีดที่ผสมในเจลล้างมือสูตรไคโตซาน ทีมวิจัยคิดค้นสูตรและผลิตขึ้นเอง พร้อมทั้งทดสอบประสิทธิภาพพบว่า เมื่อถูเม็ดบีดบนฝ่ามือ จะแตกกระจายเพื่อปล่อยวิตามินอีและเจลว่านหางจระเข้ที่กักเก็บไว้ จึงเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้มากขึ้นอีก ทีมงานทดสอบเจลล้างมือไคโตซานกับอาสาสมัคร 30 คน เปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่วางขายในไทยและต่างประเทศ พบว่าอาสาสมัครเกิดความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์วิจัย ทั้งความใสของเจล ความหนืด ความชุ่มชื้นและความสะอาด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ภาคเอกชนที่สนับสนุนการวิจัย กำลังออกแบบบรรจุภัณฑ์ รวมทั้งศึกษาต้นทุนการผลิตเชิงพาณิชย์และความเป็นไปได้ทางการตลาด
ที่มา : คมชัดลึก จันทร์ที่ 21 พ.ค. 2550 http://www.komchadluek.net
กล้องสอดแนมนับจำนวนผู้ชมป้ายกลางแจ้ง
นักประดิษฐ์แคนาดาพัฒนาอุปกรณ์แสนฉลาดที่สามารถนับจำนวนคนที่สนใจดูป้ายโฆษณาที่ติดไว้ตามถนนหนทาง ช่วยให้เจ้าของป้ายโฆษณารู้ว่ามีคนให้ความสนใจมากน้อยแค่ไหน อุปกรณ์ดังกล่าวพัฒนาโดยนายโรเอล เวอร์เทกาล เป็นกล่องที่ติดกล้องดิจิทัลสามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวของนัยน์ตาได้และยังรู้ด้วยว่ามีคนมองป้ายโฆษณานี้อยู่ แม้คนนั้นจะอยู่ไกลราว 10 เมตร แต่มีข้อจำกัดอยู่ที่คนนั้นต้องอยู่นิ่งๆ สักพัก แม้ราคาอุปกรณ์จะไม่แพงนักราว 36,000 บาท แต่ต้นทุนสำหรับใช้ติดตามยอดผู้ชมโฆษณายังสูงเกือบล้านบาท อุปกรณ์ที่มีชื่อว่า อายบ็อกซ์ 2 ถูกพัฒนาขึ้นมาในจังหวะที่ป้ายโฆษณากลางแจ้งเริ่มเปลี่ยนจากป้ายธรรมดามาเป็นจอภาพแอลซีดีกันมากขึ้น ดังเห็นได้จากสถานที่หลายแห่ง เช่น ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า และสถานที่ต่างๆ แนวโน้มดังกล่าวยังเห็นได้ตามสถานีรถไฟฟ้า และสนามบิน ซึ่งได้นำจอแอลซีดีเปิดโฆษณาดึงดูดความสนใจคนเดินผ่านไปมา อุปกรณ์ตัวนี้ยังใช้ได้ทั้งกับจอแอลซีดี ป้ายโฆษณากลางแจ้ง รวมถึงป้ายโฆษณาที่ตั้งอยู่บนชั้นวางสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ต ส่วนคนที่ดูโฆษณาจะซื้อสินค้าหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ที่มา : คมชัดลึก จันทร์ที่ 21 พ.ค. 2550 http://www.komchadluek.net
สกัดสาร “เถาวัลย์เปรียง” เป็นยารักษาโรคปวดหลัง-ปวดตามข้อ
นพ.ไพจิตร์ วราชิต อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการวิจัยสมุนไพรเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ ซึ่งที่ผ่านมาได้ทำการศึกษาฤทธิ์ในสมุนไพรหลายชนิดและทดลองสกัดในห้องปฏิบัติการเพื่อนำมาใช้ในการักษาผู้ป่วย ทดแทนการนำเข้ายาจากต่างประเทศ และจากการทดลองวิจัย “เถาวัลย์เปรียง” พบว่าสารสกัดจากลำต้นมีฤทธิ์ในการบรรเทาอาการปวด ต้านการอักเสบ สามารถใช้แทนยาแก้อักเสบประเภทสเตียรอยด์ที่เป็นยาแผนปัจจุบันเพื่อรักษาโรคปวดหลังและปวดตามข้อได้ ซึ่งหลังจากที่ใช้เวลาทำการทดลองนานเกือบ 10 ปี ขณะนี้ได้ผ่านการทดสอบทางคลินิกในคนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งระยะที่ 1 และ 2 ให้ผลดีเป็นที่น่าพอใจ โดยให้ยาแก่อาสาสมัครครั้งละ 1 แคปซูล (200 มก./ แคปซูล) หลังอาหารวันละ 2 ครั้ง นาน 2 เดือน ร่างกายสามารถดูดซึมยานี้ได้ดี ไม่มีความเป็นพิษหรือผลข้างเคียง ทั้งยังช่วงเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย
ที่มา : เดลินิวส์ จันทร์ที่ 21 พ.ค. 2550 http://www.dailynews.co.th
ใกล้เริ่มแล้ว "รางวัลแห่งปี"
“นวัตกรรมเพื่อการประหยัดพลังงาน” เป็นโครงงานหัวข้อที่ 7 ในการประกวด “เดลินิวส์-SCG ประกวดเจ้าความคิด”วั ซึ่งจะหมดเขตรับสมัครในที่ 31พ.ค. นี้ หลังจากปิดรับโครงงานในหัวข้อที่ 7 แล้วก็จะมีการรวบรวมผลงานที่น้อง ๆ เยาวชนส่งมาทั้งหมด ให้คณะกรรมการพิจารณาแล้วทำการตัดสินผลงาน จากนั้นก็จะนำผลการตัดสินมาประกาศในหน้าไอทีของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ต่อไป ซึ่งคาดว่าเมื่อคณะกรรมการตัดสินผลงานเสร็จแล้วจะนำรายชื่อโครงงานและเจ้าของผลงานมาประกาศได้ไม่น่าจะเกินสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนมิถุนายน และหลังจากปิดรับโครงงานในหัวข้อที่ 7 ในวันที่ 31 พ.ค. แล้ว ก็จะถึงช่วงเวลาสำคัญของโครงการฯนี้ นั่นก็คือ การประกวด “รางวัลแห่งปี” ซึ่งมีเงินรางวัลใหญ่ คือ รางวัลทุนการศึกษาให้กับน้อง ๆ เยาวชนที่คิดผลงาน มาได้ถูกใจคณะกรรมการเป็นเงินรวมมากถึง 790,000 บาท โดยหลังจากวันที่ 31 พ.ค. นี้ ทางโครงการฯ ก็จะเปิดรับโครงงาน “รางวัลแห่งปี”อย่างเป็นทางการทันที และมีกำหนดปิดรับโครงการฯในวันที่ 31 ก.ค. รวมแล้วเป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 2 เดือน ส่วน น้อง ๆ เยาวชนคนไหนที่ได้ส่งโครงงานรางวัลแห่งปีมาก่อนหน้านี้ ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด ทางโครงการฯ จะนำโครงงาน และโมเดลหรือแบบจำลองผลงานที่ส่งมารวบรวมเพื่อนำเสนอให้คณะกรรมการตัดสินผลงานต่อไป
ที่มา : เดลินิวส์ พุธที่ 23 พ.ค. 2550 http://www.dailynews.co.th
นักวิจัยไทยใช้ขมิ้นชันต้านความชรา
ดร.นงลักษณ์ ปานเกิดดี ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า ขมิ้นชันเป็น 1 ใน 10 สมุนไพรหลักที่รับการผลักดันให้เป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรแห่งชาติ ปัจจุบันมีการนำขมิ้นชันมาผลิตเป็นยาแคปซูลรักษาอาการปวดท้อง ท้องอืดแน่นจุกเสียดรวมถึงนำมาใช้ ในเครื่องสำอางและสปา แต่ยังไม่มีหน่วยงานใดในประเทศไทยที่ทำการวิจัยพัฒนาขมิ้นชันเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต้านอนุมูลอิสระ ฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติวว.จึงดำเนินโครงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีสรรพคุณต้านอนุมูลอิสระจากขมิ้นชันอย่างครบวงจรและประสบความสำเร็จในการวิจัยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต้านอนุมูลอิสระชนิดเม็ดจากขมิ้นชัน ภายใต้ผลงานวิจัยว่า“TISTRAMIN”ซึ่งมีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระช่วยลดความเสียหายต่อสุขภาพ ดร.ประไพภัทร คลังทรัพย์ นักวิชาการ 8เภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ วว.เปิดเผยว่า จาก การศึกษาวิธีสกัดและตรวจควบคุมคุณภาพขององค์ประกอบหลักคือกลุ่มสารเคอร์คูมินอยด์ในเหง้าขมิ้นชันสดรวมถึงการตรวจพิสูจน์สรรพคุณทั้งในหลอดทดลองและสัตว์ทดลองซึ่งเป็นที่ยอมรับระดับสากล ผลแสดงให้เห็นว่าสารสกัดสารเคอร์คูมินอยด์ที่ได้มีสรรพคุณในการต้านอนุมูลอิสระได้จริง
ที่มา : เดลินิวส์ พุธที่ 23 พ.ค. 2550 http://www.dailynews.co.th
ถุงวิเศษเก็บผักสดไม่ต้องเข้าตู้เย็นอยู่ได้ถึง 60 วัน
รศ.ดร.รัตนวรรณ มกรพันธุ์ นักวิจัยจากวิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จุฬาฯ พัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติกักเก็บก๊าซชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้พืชผักสดกรอบ โดยนำแร่ดินเหนียวในธรรมชาติมาผสมกับพลาสติกชนิดโพลีโพรพิลีน และให้แร่ดินเหนียวกระจายอยู่บนพลาสติก เพื่อปรับแต่งคุณสมบัติของพลาสติกให้มีรูพรุนเล็กระดับนาโน สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมก๊าซผักสดไว้ภายในได้มากขึ้น ก๊าซผักสดนี้มีชื่อว่า เอทธิลีน ซึ่งจะถูกปลดปล่อยออกจากผักผลไม้ตลอดเวลา ยิ่งถูกปลดปล่อยออกมาเท่าไร ผักผลไม้ก็ยิ่งจะสุกงอมมากเท่านั้น และจากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการเหี่ยวเน่า ฉะนั้น หากสามารถเก็บก๊าซชนิดนี้ให้คงอยู่กับพืชได้เป็นเวลานาน จะช่วยรักษาความสดใหม่ของผลไม้ได้นานขึ้นหรือไม่ให้สุกเร็ว ที่ผ่านมาได้นำพลาสติกผสมแร่ดินเหนียวที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้มีราคาแพง งานวิจัยชิ้นนี้จึงได้เริ่มขึ้น โดยค้นหาแร่ดินเหนียวเบนโทไนต์ ที่มีแหล่งกำเนิดอยู่ในประเทศไทย เพื่อลดต้นทุนการผลิต กระทั่งพบแร่ดินเหนียวดังกล่าวที่ จ.ลพบุรี จึงนำมาดัดแปลงโครงสร้าง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดักจับก๊าซเอทธิลีนในระดับนาโนเมตร ก่อนนำมาผสมกับพลาสติกด้วยเทคนิคพิเศษ ให้แร่กับพลาสติกเข้าเป็นเนื้อเดียวกันมากสุด หลังจากได้บรรจุภัณฑ์ยืดอายุแล้ว ทีมวิจัยนำไปทดสอบประสิทธิภาพโดยบรรจุกล้วยหอม พบว่า กล้วยหอมสดเขียวอยู่ได้นานถึง 60 วัน เมื่อเทียบกับบรรจุภัณฑ์ทั่วไปที่ถนอมความสดได้เพียง 45 วัน ในเร็วๆ นี้ ทีมงานจะประยุกต์ใช้บรรจุภัณฑ์ดังกล่าว กับการกักเก็บเนื้อสัตว์และกล้วยไม้ส่งออก
ที่มา : คมชัดลึก พุธที่ 23 พ.ค. 2550 http://www.komchadluek.net
ซักผ้าด้วยน้ำอุ่นไรฝุ่นภูมิแพ้แฮปปี่
นักวิจัยชาวเกาหลีพบว่า ถ้าซักผ้าด้วยน้ำอุ่นอาจทำลายพวกไรฝุ่นในบ้านที่ติดอยู่ตามผ้าได้เพียง 6% เท่านั้น หากต้องการกำจัดตัวการก่อภูมิแพ้ให้ได้ 100% ต้องซักด้วยอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแนะนำให้พ่อบ้านแม่บ้านซักผ้าด้วยน้ำอุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส จะประหยัดไฟฟ้ามากกว่าซักผ้าที่อุณหภูมิ 60 องศา ขณะที่กลุ่ม เฟรนด์ออฟเอิร์ธ แนะนำให้ใช้น้ำที่อุ่นน้อยกว่านั้น โดยชี้ว่าถ้าซักผ้าด้วยน้ำร้อน 30 องศา จะช่วยประหยัดไฟฟ้าได้ถึง 40% ด้านผู้ผลิตผงซักฟอกก็เออออด้วย โดยอ้างว่าผงซักฟอกรุ่นใหม่เพิ่มพลังซักได้หมดจดแม้จะซักด้วยน้ำอุ่นปานกลาง แต่นักวิจัยมีข้อแนะนำว่าหากอยากช่วยโลกประหยัดพลังงาน และกำจัดเชื้อที่ฝังอยู่ในผ้าได้หมดจด หลังซักผ้าด้วยน้ำอุ่นน้อยให้เอาผ้ามาราดด้วยน้ำเย็น 3-4 ครั้ง จะได้ประสิทธิภาพเทียบเท่ากับซักด้วยน้ำร้อนกว่า 30 องศา โดยวิธีนี้เหมาะเป็นพิเศษสำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้
ที่มา : คมชัดลึก พุธที่ 23 พ.ค. 2550 http://www.komchadluek.net
วว.เปลี่ยนปลายข้าวเป็นแคปซูลยา
ดร.นงลักษณ์ ปานเกิดดี ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เปิดเผยว่า นักวิจัย วว. ดำเนินโครงการวิจัยและพัฒนาการผลิตแป้งข้าวบริสุทธิ์จากปลายข้าวให้เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิเช่น แคปซูลยา เครื่องดื่มเสริมสุขภาพ และน้ำสลัดไร้ไขมัน เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค อุตสาหกรรมยาและอาหาร จากปลายข้าวที่เดิมใช้เป็นอาหารสัตว์ได้อย่างเดียว
นักวิจัยได้นำปลายข้าวมาผลิตเป็นแป้งข้าวบริสุทธิ์ โดยสกัดเอาโปรตีนในข้าวออกเพื่อให้ได้คุณสมบัติที่เหมาะสมสำหรับทำแคปซูลบรรจุยา ทดแทนแคปซูลรูปแบบเดิมที่ทำจากส่วนประกอบของสัตว์ อาทิเช่น วัว และหมู ที่มีข้อเสียคือคงรูปอยู่ได้ในสภาพความชื้นต่ำ เปราะแตกง่าย ทำให้อายุการใช้งานสั้น ขณะที่ปลายข้าวที่นำมาขึ้นรูปเป็นแคปซูล มีคุณสมบัติที่น่าสนใจ ขั้นตอนต่อไปของการวิจัย คือ ทดสอบฤทธิ์ทางเภสัชกรรม สำหรับตัวยาที่เหมาะสม ดูลักษณะทางกายภาพ ระยะเวลาที่ยาละลายตัวในน้ำ เพื่อปรับปรุงคุณภาพสำหรับใช้งานจริงต่อไป โดยคาดว่าราคาขายจะไม่ต่ำกว่าแคปซูลที่ผลิตจากเจลาตินสัตว์ เนื่องจากมีคุณสมบัติที่ดีกว่า
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ พุธที่ 23 พ.ค. 2550 http://www.bangkokbiznews.com
ออสซี่-ไทยร่วมสร้างเครือข่ายวิจัยโลกร้อน
นายแจน กัฟ-วัตสัน ที่ปรึกษาด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์และการฝึกอบรม สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย กล่าวว่า รัฐบาลออสเตรเลียให้ความสำคัญกับงานวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม พลังงานทดแทนและสุขภาพ รวมถึงเรื่องโลกร้อน โดยต้องการเรียนรู้ประสบการณ์จากงานวิจัยในต่างประเทศ และพิจารณาเห็นว่าออสเตรเลียและไทยอยู่ในภูมิภาคเดียวกัน จึงน่าจะนำงานวิจัยมาปรับใช้ร่วมกันได้ สถานทูตออสเตรเลียจึงร่วมมือกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทย จัดสัมมนาวิชาการระหว่างนักวิจัยทั้งสองประเทศ ในหัวข้อการวิจัยพื้นฐานสำหรับการพัฒนาสังคม ในวันที่ 28 พฤษภาคม นี้ ที่โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และสำนักงานการอุดมศึกษาแห่งชาติ (สกอ.) ดร.ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า เวทีประชุมวิชาการดังกล่าว จะผลักดันให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การวิจัย และก่อให้เกิดความร่วมมือด้านการวิจัยต่อไปในอนาคต ประกอบกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มีโครงการจัดตั้ง World Class University ในการผลิตนักวิจัยในสาขาที่กำลังเป็นที่ต้องการของประเทศ ดังนั้น การสร้างเครือข่ายนักวิจัยและทำงานร่วมกับต่างประเทศ จะช่วยผลักดันอัตราเร่งในการผลิตนักวิจัยได้เร็วขึ้น
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ พุธที่ 23 พ.ค. 2550 http://www.bangkokbiznews.com
เครื่องดื่มปลายข้าว
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โชว์ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มจากปลายข้าวเพื่อสุขภาพ ประเดิม 2 รสชาติ รสผลไม้รวม และรสใบเตย ทำจากปลายข้าวกล้องหอมมะลิ ผ่านวิธีการโม่เปียก และหาอัตราส่วนที่เหมาะสม สำหรับการย่อยข้าวด้วยเอนไซม์อะไมเลส เพื่อย่อยแป้งให้เป็นน้ำตาลมอสโต ทำให้ได้เครื่องดื่มสีขาวขุ่น และมีความหวานประมาณ 9 บริกซ์ จากนั้นนำมาผสมกับผลไม้ชนิดต่าง ๆ เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการและปรับแต่งกลิ่น ผ่านการทดสอบแล้วว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการจากผลไม้และข้าวไทย เหมาะสำหรับผู้บริโภคที่มีความใส่ใจในสุขภาพ สนใจชมผลิตภัณฑ์ได้ในงานสัมมนาวิชาการ “เส้นทางสู่ฝัน...ร่วมสร้างสรรค์ S&T” ฉลองครบรอบ 44 ปี วว. วันศุกร์ที่ 25 พ.ค. 2550 ณ ห้องบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ.
ที่มา : เดลินิวส์ พฤหัสบดีที่ 24 พ.ค. 2550 http://www.dailynews.co.th
สวทช.เร่งเพิ่มสิทธิบัตร ดัน พ.ร.บ.วิทย์ปันงบฯแผ่นดิน 3% หนุนวิจัย
รศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แถลงนโยบาย "Fast-Forward" เมือวันที่ 24 พ.ค. ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่น กทม. โดนยมีจุดมุ่งหมายเร่งสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ และพัฒนางานวิจัยให้มากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา และปีต่อๆไป พร้อมประสานให้ภาคเอกชนนำไปใช้ เพื่อให้เกิดการจ้างงานนักวิจัย ผอ.สวทช. เผยอีกว่า กำลังเร่งผลักดัน พ.ร.บ.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่มีนโยบายชัดเจนให้มีการปันงบประมาณของรัฐ 3% มาลงทุนให้กับการวิจัยและพัฒนา ซึ่งปัจจุบันงบประมาณส่วนนี้มีสัดส่วนเพียงแค่ 0.28% เท่านั้น จัดว่าอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อบ้านอย่างมาเลเซีย ที่มีการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนามากกว่าไทยถึง 2.5 เท่า ในขณะที่จำนวนนักวิจัยต่อจำนวนประชากรทั้งหมดของประเทศไทยน้อยกว่าไต้หวันและสิงคโปร์ถึง 8 เท่าสำหรับงานวิจัยที่มุ่งส่งเสริม จะเน้นในเรื่องของการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงาน การแพทย์ และการเกษตร ซึ่ง 2 อย่างแรกถือเป็นตัวขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจที่สำคัญ ส่วนอย่างหลังสุดเป็นจุดเด่นของประเทศไทยที่ไม่อาจมองข้าม
ที่มา : ผู้จัดการ ศุกร์ที่ 25 พ.ค. 2550 http://www.manager.co.th


ข่าวทั่วไป
สพฐ.ปรับงานบริการต้องยิ้มแย้ม เอาใจเขามาใส่ใจเรา
คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)โดยสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ(สพร.) ได้ดำเนินการ 5 โครงการเด่น เพื่อให้บริการแก่ ข้าราชการ ข้าราชการบำนาญ ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการในสังกัด สพฐ. ซึ่งประกอบด้วย โครงการ “ การนำระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาใช้สนับสนุนการปฏิบัติงานข้าราชการขออนุญาตไปต่างประเทศ ” เพื่อให้การขออนุญาตไปราชการ ไปศึกษาดูงาน หรือทัศนศึกษา ณ ต่างประเทศ ของข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการในสังกัด มีความรวดเร็วและได้ข้อมูล ในการตรวจสอบผู้ขออนุญาตได้อย่างถูกต้อง โครงการ “ ทำบัตรได้ไว ทันใจผู้ใช้บริการ ” โดยการให้บริการแบบ one stop service ซึ่งผู้ขอใช้บริการเขียนคำร้องและสามารถรอรับบัตรได้ภายในเวลาเพียง 5 นาที โครงการ “ การเบิกจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการและลูกจ้างประจำในสังกัด ” โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ผ่านระบบ Internet เป็นการส่งข้อมูลด้วยระบบสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลประวัติบุคคลให้กับ กรมบัญชีกลาง และลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน ซึ่งผู้รับบริการสามารถรอรับการเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลได้ทันที โครงการ “ การนำระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาใช้ในการควบคุมเกษียณอายุราชการของข้าราชการและลูกจ้างประจำในสังกัด สพฐ. ” และโครงการ “ การนำข้อมูลจากสมุดประวัติ และ ก.พ.7 มาจัดทำเป็นระบบสารสนเทศ ” เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนกำลังคนและบริหารงานบุคคลของผู้บริหารระดับสูง และเพื่อนำมาประมวลผลตามลักษณะของความต้องการของหน่วยงานที่มาขอใช้บริการ รวมทั้งใช้เป็นข้อมูลในการตรวจสอบ ความถูกต้องของวัน เดือน ปีเกิด และสามารถเสนอขอแก้ไขได้ทันก่อนเกษียณอายุราชการ รวมทั้งใช้เป็นข้อมูลในการตรวจสอบประวัติบุคคลได้อีกด้วย โครงการทั้ง 5 โครงการดังกล่าวล้วนเป็นการพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และหน่วยงาน โดยนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาสนับสนุนการปฏิบัติงาน และนำหัวใจของการให้บริการที่ดี (SERVICE) ซึ่งประกอบด้วย การยิ้มแย้ม เอาใจเขามาใส่ใจเรา เห็นใจในความจำเป็นของผู้รับบริการ (Smilling & Sympathy) ตอบสนองความประสงค์ของผู้รับบริการอย่างรวดเร็ว (Early Response) แสดงออกถึงการให้เกียรติของผู้รับบริการ(Respectful) ลักษณะการให้บริการอย่างเต็มใจ(Voluntariness manner) แสดงออกซึ่งการรักษาภาพพจน์ของผู้ให้บริการและองค์กร(Image Enhancing) ความมีไมตรีจิตในการบริการ(Courtesy)และสงเคราะห์เป็นพิเศษ ( Extra Assistance) มาใช้ คาดว่าจะส่งผลให้การปฏิบัติงานมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ จันทร์ที่ 21 พ.ค. 2550 http://www.bangkokbiznews.com
รณรงค์คนไทยลดเค็มจัด หันทานผักป้องกันความดนสูง
น.พ.ธวัช สุนทราจารย์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์ "ลดเค็มลดความดัน เพิ่มผัก ป้องกันอัมพฤกษ์ อัมพาต ประจำปี 2550" เพื่อลดการบริโภคเกลือ น้ำปลา และเครื่องปรุงอาหารในการปรุงอาหาร ตั้งเป้าหมายคนไทยบริโภคเกลือแกงต่ำกว่าวันละ 1 ช้อนชาต่อวัน จะสามารถลดระดับความดันโลหิตสูง เฉลี่ยในประชากรได้ 3-6 มิลลิเมตรปรอท ลดการเกิดอัมพาตได้ร้อยละ 11 ลดโอกาสเกิดโรคหัวใจร้อยละ 7 ลดการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดร้อยละ 5 สาเหตุที่ต้องรณรงค์ลดการบริโภคเกลือแกงเนื่องจากเป็นเกลือโซเดียมให้ความเค็ม ทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง เพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต เพิ่มขึ้น 2 เท่า โดยทั่วไป ผู้มีความดันโลหิตปกติคือ 120/80 มิลลิเมตรปรอท หากความดันโลหิตตัวบนตั้งแต่ 140 ขึ้นไป และความดันตัวล่างตั้งแต่ 90 มิลลิเมตรปรอท ถือว่ามีภาวะความดันโลหิตสูง .ญ.ฉายศรี สุพรศิลป์ชัย ผู้อำนวยการสำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กล่าวแนะนำให้รับประทานผักให้ได้วันละ 5 ทัพพี ลดการบริโภคอาหารรสจัดจ้าน ทั้งหวานจัด เค็มจัด มันจัด ซึ่งอาหารไทยสามารถปรุงรสให้อร่อยได้ โดยไม่ใช้เครื่องปรุงรสมาก นอกจากนี้ ในเครื่องปรุงอาหารหลายชนิดมีเกลือโซเดียมค่อนข้างสูง แต่ผู้บริโภคอาจไม่ทราบ เช่น ซุปก้อน 1 ก้อน (10 กรัม) มีโซเดียม 1,760 มิลลิกรัม ผงชูรส 1 ช้อนชา (5 กรัม) มีโซเดียม 815 มิลลิกรัม เกลือแกง 1 ช้อนชา (5 กรัม) มีโซเดียม 2,000 มิลลิกรัม เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา (5 กรัม) มีโซเดียม 1,370 มิลลิกรัม จึงขอเชิญชวนผู้บริโภคให้หันมารับประทานอาหารไทยรสชาติไม่จัดจ้านเพื่อสุขภาพ
ที่มา : ข่าวสด จันทร์ที่ 21 พ.ค. 2550 http://www.matichon.co.th/khaosod
ปอมท.ขอคำยืนยันกบข. สิทธิให้พนักงานมหาวิทยาลัย
ผศ.ปฐม ปฐมธนพงศ์ ประธานสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะประธานที่ประชุมประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปอมท.) เปิดแผยว่า ทาง ปอมท. ได้ทำหนังสือถึงนายวิสิฐ ตันติสุนทร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ(กบข.) เพื่อสอบถามถึงกรณีของพนักงานในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐในปัจจุบันว่าจะยังสามารถสมัครเป็นสมาชิกกบข.ได้หรือไม่ หากในอนาคตมหาวิทยาลัยออกไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐหรือออกนอกระบบไปแล้ว เพราะเท่าที่ดูจากพระราชบัญญัติกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2549 เรื่องการรับพนั กงานมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐเป็นสมาชิกกบข. ตนคิดว่าน่าจะได้ เนื่องจากมีการระบุว่าในกรณีที่มีกฎหมายกําหนดให้มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ เป็นหน่วยงานในกํากับของรัฐให้สมาชิกซึ่งเปลี่ยนสถานภาพไปเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยและ ประสงค์จะเป็นสมาชิก ตั้งแต่วันที่บทบัญญัติแห่งหมวดนี้ใช้บังคับยังคงมีสมาชิกภาพต่อไป นอกจากนี้ในกฎหมายดังกล่าวกำหนดให้นําบทบัญญัติในหมวด 3 ว่าด้วยสมาชิกและสิทธิประโยชน์ของสมาชิกมาใช้บังคับกับสมาชิกตามหมวดนี้ได้โดยอนุโลมเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งหมวดนี้ จึงเท่ากับอนุญาตให้ข้าราชการที่เปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานสามารถเป็นสมาชิกกบข.ต่อไปได้ เมื่อเป็นมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐ ส่วนพนักงานมหาวิทยาลัยของรัฐในอนาคตก็สามารถเป็นสมาชิก กบข.ได้
ที่มา : เดลินิวส์ จันทร์ที่ 21 พ.ค. 2550 http://www.dailynews.co.th
D-Book นวัตกรรมอัจฉริยะ
บริษัท ดีบุ๊คคลับ จำกัด ได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ ในการผสมผสานเทคโนโลยีกับการนำเสนอสื่ออย่างชาญฉลาดในยุคดิจิตอล ด้วยการพัฒนาเว็บไซต์ใหม่ที่ทันสมัยที่สุด ภายใต้ชื่อ www.Dbookclub.com เพื่อให้ D-Book เป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดในการนำเสนอสาระความบันเทิงดิจิตอลหลากรูปแบบ สามารถตอบสนองการรับรู้ และเข้าถึงสื่อทุกประเภทได้ทุกวัน ทุกเวลา ทุกสถานที่ ด้วยเครื่องมือในการเข้าถึงสื่อที่หลากหลาย พร้อมกันนี้ยังเป็นทางเลือกใหม่ในการเข้าถึงสื่อมีเดียทุกประเภทที่สะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลา เพราะ D-Book คือ นวัตกรรมด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และการนำเสนอผล งานที่รองรับการใช้งานสื่อทุกประเภท ไม่ว่าจะ เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ วิดีโอ เสียง ภาพ หรือแม้แต่สื่อผสมมัลติมีเดีย เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลาย คือ D-Shelf เปรียบเสมือนห้องเก็บหรือชั้นวางมีเดีย ซึ่งจัดเรียงลำดับและแยกประเภทมีเดียต่างๆ เพื่อการค้นหาและเปิดใช้งานได้สะดวก รวดเร็ว Rich media ฟังก์ชั่นที่ช่วยเพิ่มความเข้าใจในเนื้อหาที่ผู้ใช้กำลังอ่านได้ทันทีด้วย วิดีโอ หรือเสียงที่จะเปิดขึ้นมาประกอบเนื้อหาที่กำลังอ่านโดยอัตโนมัติ D-Fact ฟังก์ชั่นที่มีพจนานุกรมที่บรรจุคำศัพท์ทั้งอังกฤษและไทยไว้มากกว่า 60,000 คำ D-book Viewer สามารถนำเสนอสื่อรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สื่อประเภทสิ่งพิมพ์ ซึ่งจะมีรูปแบบ ทั้งเนื้อหา คอลัมน์ สีสันและการจัดวางเหมือนต้นฉบับจริงทุกอย่าง D-Read เลือกข้อความที่ต้องการให้อ่าน เมื่อกดปุ่มอ่านอัตโนมัติ ดีบุ๊คก็จะอ่านข้อความที่ถูกเลือกให้ฟังทันที D-Chat สนทนาออนไลน์ ในขณะใช้งานดีบุ๊ค D-Vote สามารถทำการทดสอบแบบ Interactive Multiple choice รู้ผลการทำข้อสอบได้ทันที และยังประยุกต์เป็นแบบสอบถามได้ D-Search สำหรับใช้เป็น web browser ท่องโลกอินเตอร์เน็ตเป็น อาทิ โดยผู้สนใจเปิดใช้บริการ ของดีบุ๊ค สามารถเลือกช่องทางในการสมัครเปิดใช้บริการ ได้ 2 ช่องทาง คือ การติดตั้งโปรแกรม D-book จากซีดี ซึ่งจะมีตัวอย่างหนังสือ หนัง เพลง สำหรับพรีวิวให้ลูกค้าได้ทดลองใช้งานโปรแกรม โดยบริษัทจะแจกชุด Preview Kits แก่กลุ่มเป้าหมายตามอาคารสำนักงานและชุม ชนต่างๆ เดือนละประมาณ 20,000 ชุด หรือหากต้องการ ใช้บริการลูกค้าสามารถเข้าไปสมัครเพื่อเปิด ใช้งานในเว็บไซต์ www. Dbook club.com อีกหนึ่งช่องทาง ผู้สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดและดาวน์โหลดโปรแกรม D-Book เพื่อทดลองใช้งานโปรแกรมจากเว็บไซต์ www. Dbookclub.com
ที่มา : สยามธุรกิจ อังคารที่ 22 พ.ค. 2550 http://www.siamturakij.com
รูดม่าน "โจหลุยส์" บรมครูเชิดหุ่น
วงการศิลปวัฒนธรรมเศร้า สูญเสีย “โจหลุยส์” บรมครูหุ่นละครเล็กอย่างไม่มีวันกลับครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากบรรดาลูกหลานว่า นายสาคร ยังเขียวสด หรือโจหลุยส์ ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (หุ่นละครเล็ก) ประจำปี 2539 ได้เสียชีวิตลงแล้วอย่างสงบที่ รพ.เกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ ด้วยโรคน้ำท่วมปอดและไตวายเฉียบพลัน เมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 พ.ค.
ประวัตินายสาคร ยังเขียวสด เดิมชื่อเล่นว่าหลิว เป็นบุตรของนายคุ่ยและนางเชื่อม เกิดในเรือละครเมื่อปีพ.ศ. 2464 ขณะที่บิดามารดาไปแสดงละครเล็กกับคณะครูแกร ศัพทวนิช ที่วัดปากคลองบางตะไตร้ จ.นนทบุรี จบชั้นประถมปีที่ 4 จากโรงเรียนประชาระบือธรรม เมื่ออายุได้ 8 ขวบ เริ่มฝึกหัดละครจากย่าและคนใกล้ชิดจนสามารถเล่นละครได้ตั้งแต่เด็ก ต่อมาบิดานำไปถวายตัวเล่นละครกับพระองค์เฉิดโฉม พระขนิษฐภคินี ในกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ ซึ่งมีคณะละครเด็กอยู่ในวัง โดยได้รับบทเป็นตลกอยู่ในคณะนับตั้งแต่นั้นมา เมื่อโตขึ้นได้กลับมาเล่นลิเกกับบิดาและคณะอื่นๆ ซึ่งในการเล่นลิเกนั้น เพื่อนมักจะเรียกชื่อเล่นเพี้ยนว่าหลุยส์กันจนติดปาก ต่อมามีผู้เติมคำว่าโจให้อีกกลายเป็นชื่อ “โจหลุยส์” กระทั่งบิดาถึงแก่กรรม นายสาครได้รับภาระเป็นหัวหน้าวงสืบต่อมา และได้นำชื่อโจหลุยส์ มาตั้งเป็นชื่อคณะ
นายสาคร ยังเขียวสด ได้รับพระราชทานโล่พระสิทธิธาดาทองคำ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี ในฐานะศิลปินดีเด่น สาขาศิลปะการแสดงละครเล็ก ในปี 2525 และในปี 2537 ได้รับประกาศเกียรติคุณผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม สาขาศิลปะการ แสดง (ละครเล็ก) รับโล่เชิดชูเกียรติจากผู้ว่าราชการจังหวัด นนทบุรี จนกระทั่งในปี 2539 คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.) จึงประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (หุ่นละครเล็ก) เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2539

ที่มา : ไทยรัฐ อังคารที่ 22 พ.ค. 2550 http://www.thairath.co.th
วธ.ยกย่อง“หลวงปู่ทิม-วชิรเมธี" ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพุทธศาสนาปี50
วันที่ 22 พฤษภาคม นายปรีชา กันธิยะ อธิบดีกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา ประจำปี 2550 กรมการศาสนาได้คัดเลือกผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ประจำปี 2550 มีทั้งพระสงฆ์ทั้งในและต่างประเทศ สมาคม องค์การ มูลนิธิ รวม 102 ราย แบ่งเป็น 9 ประเภท ได้แก่ ประเภทส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศ ประเภทส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาต่างประเทศ ประเภทสงเคราะห์ประชาชนและส่งเสริมการพัฒนาชุมชนโดยใช้หลักธรรมพุทธศาสนา ประเภทสงเคราะห์ประชาชนและส่งเสริมการพัฒนาชุมชนโดยใช้หลักธรรมพุทธศาสนา โดยผู้ได้รับคัดเลือกทั้งหมดจะเข้ารับพระราชทานเสาเสมาธรรมจักรจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา วันที่ 27 พฤษภาคม 2550 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง
ที่มา : คมชัดลึก พุธที่ 23 พ.ค. 2550 http://www.komchadluek.net
แนะเทคนิคปรับจอทีวีคมชัดสูง
ทีวีคมชัดสูง หรือที่เรียกว่า เอชดีทีวี มีคุณภาพแตกต่างกันไปในแต่ละยี่ห้อและแต่ละรุ่น ผู้ซื้อจำเป็นต้องปรับค่าสีให้เหมาะสมเพื่อให้ได้ภาพสมกับเป็นเอชดีทีวี ต่อไปนี้เป็นสองเทคนิคปรับแต่งสีจอภาพที่ลองทำเองได้ แต่อาจต้องลองผิดลองถูกสักหน่อย และอีกหนึ่งเทคนิคและน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดคือให้ผู้เชี่ยวชาญมาตั้งค่าให้
วิธีปรับค่าสีทีวีคมชัดสูงที่เสียเงินน้อยที่สุดคือ ซื้อแผ่น "ดีวีดีสอนตั้งค่าสีเอชดีทีวี" ราคา 40 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.440 บาท) ของบริษัท มอนสเตอร์ เคเบิล โปรดักส์ อิงค์ มาศึกษาโปรแกรมการตั้งค่าสีด้วยรีโมทคอนโทรลที่มากับทีวี แผ่นดีวีดีจะสอนวิธีตั้งค่าความแตกต่างของสี (contrast) โดยแสดงภาพผู้ชายใส่เสื้อสีขาว จากนั้นผู้บรรยายจะบอกขั้นตอนปรับค่าความแตกต่างสี นอกจากนี้ยังบรรยายวิธีปรับความคมชัด (sharpness) ขนาด และสัดส่วนความกว้างและความยาวของจอภาพ อีกวิธีหนึ่งคือ ใช้เครื่องวัดค่าสียี่ห้อ สไปเดอร์ทีวี (ราคาตั้งแปดพันกว่าบาท) จากบริษัท ดาต้าคัลเลอร์ เป็นเครื่องวัดเซ็นเซอร์แสงที่ปรากฏบนจอทีวี เวลาใช้ต้องเอาสายมาต่อกับคอมพิวเตอร์ (สายที่ให้มาค่อนข้างสั้นจึงเหมาะต่อกับโน้ตบุ๊คมากกว่า) ในชุดยังมีแผ่นดีวีดีสอนวิธีใช้อุปกรณ์ทดสอบด้วยเซ็นเซอร์และเก็บข้อมูลลงในคอมพิวเตอร์ วิธีที่สองนี้ค่อนข้างใช้เทคนิคและซับซ้อนมากกว่าวิธีแรก และผลที่ได้จากทีวีแอลซีดีแต่ละเครื่องไม่เหมือนกัน ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ทีวีคมชัดสูงที่วางขายอยู่ในท้องตลาดส่วนใหญ่จะให้สีออกฟ้ามากไป และปรับสว่างเกินไป เวลาดูในร้านขายทีวีจะสวยมากๆ เพราะสายตามนุษย์จะเห็นสีฟ้าชัดกว่าและคมกว่าสีอื่น แต่เมื่อนำมาใช้จริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งทีวีพลาสมาควรปรับค่าความสว่างลง นอกจากจะได้ภาพสวยแล้วยังช่วยยืดอายุจอภาพแล้ว ยังกินไฟน้อยลง
ที่มา : คมชัดลึก พุธที่ 23 พ.ค. 2550 http://www.komchadluek.net
ปวดหัวร่วมด้วยคลื่นไส้ให้รีบตรวจ เพื่อค้นหาโรค เนื้องอกในสมอง
แพทย์แนะนำคนที่มีอาการปวดหัวบ่อยโดยไม่ทราบสาเหตุ รักษาไม่หายด้วยยา และมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วม ให้รีบพบแพทย์ เพื่อตรวจโรคเนื้องอกในสมอง พบคนไทยป่วยเรื่อยๆ แต่ยังไม่มีสาเหตุแน่ชัด แต่คนที่เคยได้รับการฉายรังสีบริเวณสมอง มีความเสี่ยงสูง 1 ต่อ 1,000 ส่วนความเสี่ยงรอง คือ คนที่ใช้โทรศัพท์มือถือ และทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมปิโตรเลียม รวมทั้งเกษตรกรที่ได้รับยาฆ่าแมลง นพ.อัตถพร บุญเกิด ประสาทศัลยแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดเผยว่า ปัจจุบันทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคเนื้องอกในสมอง เฉลี่ย 20 คนต่อแสนประชากร สำหรับคนไทยพบเรื่อยๆ แต่ยังไม่มีตัวเลขแน่นอน ส่วนสาเหตุของโรคปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัด แต่พบว่าคนที่เคยได้รับการฉายรังสี ร่างกายมีภูมิต้านทานบกพร่อง เช่น ติดเชื้อเอชไอวี หรือได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะเป็นปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องแน่นอน ส่วนปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องทางอ้อม แต่ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์เพียงพอ ได้แก่ การได้ รับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เช่น การใช้โทรศัพท์มือถือ การได้รับสารเคมีบางชนิด และอาชีพที่เสี่ยงสูง ได้แก่ โรงงานอุตสาหกรรมปิโตรเลียม และเกษตรกรที่ได้ รับยาฆ่าแมลง ส่วนกรรมพันธุ์เป็นปัจจัยส่วนหนึ่ง แต่ส่วนน้อยที่มีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้
ที่มา : ไทยรัฐ ศุกร์ที่ 25 พ.ค. 2550 http://www.thairath.co.th
เปลี่ยนเครื่อง-ขายตั๋วอิเล็กฯ แผนฟื้นฟูการเงิน ขสมก.
นายพิเณศวร์ พัวพัฒนกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) ว่า บอร์ดอนุมัติแผนปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อฟื้นฟูฐานะการเงินของ ขสมก. ทั้งในเรื่องการเปลี่ยนเครื่องยนต์รถเมล์ การปรับใช้ระบบขายตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ (E-Ticket) การจัดทำตั๋วร่วมปรับเส้นทางการเดินรถให้มีเส้นทางสั้นลง และเชื่อมกับขนส่งมวลชนประเภทอื่น การปรับโครงสร้างองค์กร โดยหลังจากนี้จะสรุปรายละเอียดส่งให้ พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พิจารณาต่อภายในสิ้นเดือน พ.ค.นี้ ก่อนเสนอขออนุมัติในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
ที่มา : ไทยรัฐ ศุกร์ที่ 25 พ.ค. 2550 http://www.thairath.co.th
ยกดื่มชาวิเศษกว่าดื่มน้ำธรรมดา ให้คุณบำรุง สุขภาพได้มากกว่า
วารสาร “โภชนาการบำบัด” แห่งสหภาพยุโรป รายงานผลการศึกษาว่า การดื่มชาวันละมากกว่า 3 ถ้วยขึ้นไป เป็นคุณแก่ร่างกายไม่แพ้กับการดื่มน้ำมากๆ และอาจจะให้ผลกับการบำรุงสุขภาพได้เหนือกว่า
รายงานยังได้ปฏิเสธเรื่องที่กลัวกันว่าการดื่มชาอาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำด้วย โดยกล่าวว่า หากมันจะทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ ก็คงจะพอๆกับการดื่มน้ำ แต่มันยังช่วยปกป้องโรคหัวใจและมะเร็งบางชนิดอีก ด้วย เพราะผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าสารฟลาโวนอยด์ อันเป็นสารประกอบหลักของชา มีสรรพคุณช่วยบำรุงสุขภาพ นอกจากนั้น ยังมีสารโพลีฟีนอลซึ่งเป็นตัวล้างพิษในชา เช่นเดียวกับในอาหารและพืชหลายชนิดด้วย สารนี้ช่วยป้องกันรักษาเซลล์จากอันตรายต่างๆ
ที่มา : ไทยรัฐ ศุกร์ที่ 25 พ.ค. 2550 http://www.thairath.co.th



 

About Us | Staff | Vision | Policy | Holiday | Statistic |

The Library of King Mongkut's University of Technology Thonburi
Tel. 0-2470-8211, Fax 0-2470-8212, info@lib.kmutt.ac.th